คู่มือสลิปเพจฉบับสมบูรณ์: สิ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้
คุณส่งคำสั่งเทรดที่ $100 หนึ่งวินาทีต่อมา คุณตรวจดูราคาที่มีการดำเนินการคำสั่งจริง พบว่าเป็น $100.50 ซึ่งต่างจากราคาที่คุณคาดไว้
เดี๋ยวนะ… เกิดอะไรขึ้น?
คุณไม่ได้ตกลงราคานั้น แต่โบรกเกอร์กลับดำเนินการคำสั่งซื้อขายที่ราคานั้นอยู่ดี เกิดอะไรขึ้นกันแน่? คำตอบคือสลิปเพจ
สลิปเพจของราคาเป็นหนึ่งในเรื่องที่เทรดเดอร์มักมองข้าม จนกระทั่งมันเริ่มกัดกินผลกำไร และที่สำคัญคือ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเดย์เทรดเดอร์ สวิงเทรดเดอร์ เทรดเดอร์สายอัลกอริทึม หรือแม้แต่เฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่
หากคุณไม่เข้าใจว่าสลิปเพจทำงานอย่างไร ก็เท่ากับว่าคุณกำลังเสียเงินให้ตลาดไปฟรี ๆ โดยไม่รู้ตัว และถ้าคุณคิดว่ามันเป็นเงิน “เพียงไม่กี่เซนต์” ขอให้คิดดูใหม่อีกครั้ง เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ต้นทุนส่วนเกินเหล่านี้จะสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แล้วแผนรับมือคืออะไร? คำตอบนั้นง่ายมาก แค่เรียนรู้ว่าสลิปเพจทำงานอย่างไร รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อใด และหาวิธีลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด
สลิปเพจของราคาในการเทรดคืออะไร?
แล้วสลิปเพจของราคาคืออะไรกันแน่?
อธิบายง่าย ๆ คือ สลิปเพจเกิดขึ้นเมื่อคำสั่งเทรดของคุณได้รับการดำเนินการที่ราคาแตกต่างจากราคาที่ตั้งใจไว้
ตัวอย่างเช่น คุณส่งคำสั่งซื้อแบบ Market Order ที่ $100 แต่เมื่อคำสั่งได้รับการจับคู่ ราคาพุ่งไปที่ $100.30 หรือคำสั่ง stop loss ที่คุณตั้งไว้ที่ $95 กลับถูกดำเนินการที่ $94.20 แทน
ฟังดูน่าหงุดหงิดใช่ไหม?
แต่ความจริงก็คือ ราคาในตลาดเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก และหากมีสภาพคล่องไม่เพียงพอที่ราคาที่คุณขอ คำสั่งซื้อขายก็จะถูกจับคู่ที่ราคาถัดไปที่มีอยู่ในตลาด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาและความสามารถของโบรกเกอร์ในการส่งคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว
และเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเทรดเดอร์รายย่อยเท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับทุกคน ตั้งแต่เทรดเดอร์เดี่ยวที่มีบัญชี $500 ไปจนถึงเฮดจ์ฟันด์ระดับพันล้านดอลลาร์ที่ส่งคำสั่งซื้อขายมูลค่าหลายล้านดอลลาร์
In trading, slippage occurs when a trader’s order is executed at a price different from what was originally intended. For instance, you place a buy market order at $100, but by the time it fills, the price is $100.30.
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม คุณสามารถรับชมวิดีโอฉบับเต็มเกี่ยวกับสลิปเพจของราคาได้ที่นี่:
ทำไมคุณถึงควรใส่ใจ?
เพราะสลิปเพจสามารถกัดกินกำไรของคุณได้ก่อนที่คุณจะรู้ตัวเสียอีก
- หากคุณเป็นเทรดเดอร์สาย Scalping หรือเดย์เทรดเดอร์ สลิปเพจอาจเป็นตัวตัดสินระหว่างการเทรดที่ได้กำไรหรือขาดทุน
- หากคุณเป็นสวิงเทรดเดอร์ มันอาจทำให้สัดส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk-to-Reward) คลาดเคลื่อนได้
- และหากคุณเปิดสถานะขนาดใหญ่ แม้แต่สลิปเพจเพียงเล็กน้อยก็อาจหมายถึงการขาดทุนโดยไม่คาดคิดหลักหลายพันดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม สลิปเพจไม่ได้แย่เสมอไป ส่วนต่างระหว่างราคาที่ตั้งใจกับราคาที่มีการดำเนินการจริงอาจทำให้เกิดสลิปเพจเชิงบวก (Positive Slippage) หรือสลิปเพจเชิงลบ (Negative Slippage) ซึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์การเทรดของคุณ ในบางครั้ง คุณอาจเจอสลิปเพจเชิงบวก ซึ่งคำสั่งซื้อขายจะได้รับการดำเนินการในราคาที่ดีกว่าที่คาดไว้ แต่ถ้าพูดกันตามตรง เทรดเดอร์มักจะไม่บ่นเมื่อเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น
ปัญหาที่แท้จริงคือสลิปเพจเชิงลบ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อตลาดเคลื่อนไหวสวนทางกับคุณก่อนที่คำสั่งเทรดจะส่งเข้าไปด้วยซ้ำ และนั่นคือสิ่งที่เราจำเป็นต้องควบคุม
แล้วอะไรคือสาเหตุของสลิปเพจ? และที่สำคัญกว่านั้น คุณจะป้องกันไม่ให้มันสร้างความเสียหายต่อการเทรดได้อย่างไร?
มาดูรายละเอียดกัน
ประเภทของสลิปเพจในการเทรด
สลิปเพจไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด สลิปเพจสามารถเกิดขึ้นได้ในตลาดการเงินหลากหลายประเภทและในคำสั่งซื้อขายรูปแบบต่าง ๆ โดยแทรกซึมเข้ามาในการเทรดของคุณได้หลายวิธี ลองมาดูประเภทหลัก ๆ ของสลิปเพจของราคากัน:
1. สลิปเพจจากคำสั่ง Market Order
เมื่อคุณกด “ซื้อ” หรือ “ขาย” ตามราคาตลาดแล้วได้ราคาที่แย่กว่าที่คาดไว้ นั่นคือสลิปเพจจากคำสั่ง Market Order
เนื่องจากคำสั่ง Market Order จะดำเนินการที่ราคาที่ดีที่สุดในขณะนั้น หากสภาพคล่องต่ำหรือมีความผันผวนสูง คำสั่งซื้อขายของคุณอาจถูกจับคู่ในราคาที่ได้เปรียบน้อยกว่าราคาที่คุณเห็นบนหน้าจอ

สมมติว่าคุณต้องการซื้อ USD/CAD ที่ 1.49592 (ดังตัวอย่างด้านบน) แต่เมื่อคำสั่งซื้อขายของคุณได้รับการจับคู่ ราคาได้กระโดดไปที่ 1.49700 แล้ว นั่นคือสลิปเพจ 1.05 pip (ส่วนต่าง 0.00108) และหากคุณเทรดขนาดใหญ่ ส่วนต่างนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว
จะหลีกเลี่ยงได้อย่างไร? ใช้คำสั่ง Limit Order ซึ่งจะดำเนินการเฉพาะที่ราคาที่กำหนดหรือราคาที่ดีกว่าแทนคำสั่ง Market Order (เราจะพูดถึงเรื่องนี้เพิ่มเติมด้านล่าง) อีกวิธีหนึ่งในการลดสลิปเพจคือการใช้ VPS ซึ่งเราให้บริการฟรีสำหรับลูกค้า Switch Markets ทุกคน
2. สลิปเพจจากคำสั่ง Stop-Loss
สลิปเพจยังสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อคุณตั้งคำสั่ง stop loss เมื่อตลาดเคลื่อนไหวเร็วเกินไป คำสั่ง stop loss ของคุณอาจไม่ได้รับการจับคู่ที่ราคาตรงตามที่คุณกำหนดไว้ โดยราคาอาจข้ามจุดดังกล่าวไป ทำให้คุณได้ราคาที่ต่างจากที่ตั้งใจไว้

ตัวอย่างเช่น หากคุณตั้ง stop loss ไว้ที่ 1.41600 ในการเทรด USD/CAD แต่ราคาที่ปรับขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คำสั่งของคุณไปดำเนินการที่ 1.41660 แทน
ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น? เพราะคำสั่ง stop loss จะเปลี่ยนเป็นคำสั่ง Market Order เมื่อถูกกระตุ้นให้ทำงาน และหากไม่มีสภาพคล่องที่ระดับราคาของคุณ คำสั่งก็จะถูกจับคู่ในราคาถัดไปที่มีอยู่ในตลาด นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้ในตลาดที่มีความผันผวนสูง ซึ่งราคาอาจพุ่งข้ามระดับราคาต่าง ๆ ไปโดยไม่แตะทุกระดับ ทางออกที่ดีคือการใช้คำสั่ง stop loss ที่รับประกัน และใช้งาน EA จัดการความเสี่ยง ของเรา และแน่นอนว่าการใช้ VPS จะช่วยลดสลิปเพจได้อย่างมีนัยสำคัญ
3. สลิปเพจจากคำสั่ง Limit Order
เดี๋ยวนะ—คำสั่ง Limit Order ก็ทำให้เกิดสลิปเพจได้ด้วยหรือ? ใช่แล้ว แต่เป็นในอีกรูปแบบหนึ่ง
ในการใช้คำสั่ง Limit Order คุณกำลังบอกตลาดว่า "จับคู่คำสั่งของฉันที่ราคานี้หรือราคาที่ดีกว่าเท่านั้น" ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่เจอกับสลิปเพจเชิงลบ แต่มีข้อควรระวังอยู่ว่า:
หากราคาไม่เคลื่อนที่มาถึงระดับที่คุณตั้งไว้ คำสั่งซื้อขายของคุณก็จะไม่ได้รับการจับคู่เลย

ดังที่คุณเห็นในกราฟด้านบน หากคุณตั้งคำสั่ง Sell Limit ไว้ที่ 0.90015 แต่ราคาขึ้นไปถึงเพียง 0.89840 ก่อนจะปรับตัวลดลง คำสั่งของคุณก็จะไม่ได้รับการดำเนินการ และคุณจะพลาดโอกาสจากการเคลื่อนไหวของราคาไปโดยสิ้นเชิง นี่คือลักษณะของสลิปเพจจากคำสั่ง Limit Order
สลิปเพจเกิดขึ้นเมื่อใด?
สลิปเพจไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่มีรูปแบบที่สังเกตได้ หากคุณรู้ว่ามีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุดเมื่อใด คุณก็สามารถปรับแผนการเทรดเพื่อลดผลกระทบได้ นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่สลิปเพจมักเกิดขึ้นรุนแรงที่สุด
ความผันผวนของตลาด
ตลาดมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว แต่บางครั้งก็มีการซื้อขายพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง ในช่วงเวลาที่ความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น เช่น ระหว่างเหตุการณ์ข่าวสำคัญ ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ในพริบตา ทำให้คำสั่งซื้อขายของคุณจับคู่ที่ราคาที่ต้องการได้ยากขึ้น
สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดเปิดและปิดทำการเมื่อเทรดเดอร์แห่กันเข้าและออกจากสถานะ หรือหลังจากมีข่าวนอกเหนือความคาดหมาย หรือรายงานทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ด้วยเหตุนี้ การติดตาม ปฏิทินเศรษฐกิจ และรู้ล่วงหน้าว่ามีข้อมูลใดที่จะประกาศบ้างจึงเป็นเรื่องสำคัญเสมอ
ปัญหาด้านสภาพคล่อง
สลิปเพจยังเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ซื้อหรือผู้ขายไม่เพียงพอที่ระดับราคาที่คุณเลือก หรือพูดอีกอย่างคือเมื่อตลาดขาดสภาพคล่อง
หากคุณส่งคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่ในตลาดที่มีการเทรดเบาบาง สภาพคล่องอาจไม่เพียงพอที่จะจับคู่คำสั่งได้ที่ราคาเดียว ส่งผลให้คำสั่งของคุณบางส่วนถูกดำเนินการที่ระดับราคาต่าง ๆ กันไป
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อใด?
- ในการเทรดช่วงนอกเวลาทำการ (After-Hours) หรือก่อนตลาดเปิด (Pre-Market)
- ในคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ประเภท Exotic หุ้น/ETF ที่ขาดสภาพคล่อง สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี และคริปโต
- เมื่อเปิดสถานะขนาดใหญ่
ความเร็วในการดำเนินการคำสั่ง
ในการเทรด ทุกเสี้ยววินาทีมีความหมาย หากโบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์มการเทรดของคุณดำเนินการคำสั่งช้าเกินไป สลิปเพจก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
เมื่อถึงเวลาที่คำสั่งของคุณได้รับการประมวลผล ตลาดอาจเคลื่อนไหวไปแล้ว ทำให้คุณได้ราคาที่แย่กว่าที่คาดไว้
ปัจจัยที่ทำให้ความเร็วในการดำเนินการคำสั่งช้าลง:
- การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตช้า
- การใช้โบรกเกอร์ที่มีความเร็วในการดำเนินการคำสั่งต่ำ
- การเทรดบนแพลตฟอร์มที่มีอาการหน่วงหรือกระตุก
โปรดจำไว้ว่าความเร็วในการดำเนินการคำสั่งของคุณขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างเซิร์ฟเวอร์ของคุณกับเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ของศูนย์ซื้อขาย นี่คือเหตุผลว่าทำไม VPS จึงเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะช่วยให้คุณใช้งานเซิร์ฟเวอร์เสมือนที่ตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลสำคัญใกล้กับโบรกเกอร์หรือศูนย์ซื้อขาย ตัวอย่างเช่น ลูกค้า Switch Markets จะได้รับบัญชีฟรีบน ForexVPS ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ VPS สำหรับการเทรดชั้นนำในตลาด ที่มีเซิร์ฟเวอร์โฮสติ้งตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลหลัก 24 แห่งทั่วโลก

เหตุการณ์ข่าวที่มีผลกระทบสูง
ตลาดมักตอบสนองต่อเรื่องไม่คาดคิด และไม่มีสิ่งใดขยับราคาได้เร็วกว่าข่าวด่วนที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น การเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็วอาจทำให้ราคาเกิด Gap กระโดดข้ามจุด stop loss หรือจุดเข้าของคุณ ส่งผลให้เกิดสลิปเพจอย่างรุนแรง
ปัจจัยที่พบบ่อยได้แก่:
- การประกาศข้อมูลทางเศรษฐกิจ เช่น Non-Farm Payrolls รายงานเงินเฟ้อ และข้อมูล GDP
- การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เช่น การปรับขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
- ข่าวด่วนด้านภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงคราม มาตรการคว่ำบาตร และการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย
- รายงานผลประกอบการของบริษัท
สลิปเพจของราคากับสเปรด
เทรดเดอร์หลายคนสับสนระหว่างสลิปเพจกับสเปรด แต่ทั้งสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน การเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้คุณตัดสินใจเทรดได้ดีขึ้นและหลีกเลี่ยงการขาดทุนที่ไม่จำเป็น
สเปรดคืออะไร?
สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคา Bid (ราคาที่ผู้ซื้อยินดีจ่าย) กับราคา Ask (ราคาที่ผู้ขายเสนอขาย)
ลองนึกภาพตามนี้:
- คุณไปที่จุดแลกเปลี่ยนเงินตราและเห็นสองราคาสำหรับ EUR/USD: 1.2000 (ซื้อ) / 1.1998 (ขาย)
- สเปรดในที่นี้คือ 2 pip (1.2000 - 1.1998)
- ทุกครั้งที่คุณเปิดสถานะเทรด คุณจะเริ่มต้นด้วยการขาดทุนเล็กน้อยเสมอ เพราะคุณซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาที่คุณสามารถขายออกได้ในทันที
นี่คือตัวอย่างของสเปรด:

ข้อสรุปสำคัญ: สเปรดคือต้นทุนการเทรดที่มีอยู่แล้วในระบบ ไม่ใช่สลิปเพจ
สลิปเพจคืออะไร?
สลิปเพจเกิดขึ้นเมื่อราคาที่มีการดำเนินการคำสั่งจริงแตกต่างจากราคาที่คุณคาดหวังไว้
ตัวอย่าง:
- คุณส่งคำสั่งซื้อแบบ Market Order ที่ $100.00
- เนื่องจากการเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็ว คำสั่งของคุณจึงถูกจับคู่ที่ $100.50
- ส่วนต่าง $0.50 นั้นคือสลิปเพจ
สลิปเพจเกิดขึ้นจากความผันผวนของตลาด ปัญหาด้านสภาพคล่อง และความเร็วในการดำเนินการคำสั่ง
ข้อสรุปสำคัญ: สลิปเพจคือการเปลี่ยนแปลงของราคาในระหว่างการดำเนินการคำสั่งซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ ในขณะที่สเปรดเป็นเพียงต้นทุนในการเปิดหรือปิดสถานะเทรด
สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อการเทรดของคุณอย่างไร
นี่คือความแตกต่างสำคัญระหว่างสเปรดกับสลิปเพจ:
วิธีป้องกันหรือลดสลิปเพจในการเทรด
สลิปเพจไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้อย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด แต่เช่นเดียวกับนักกีฬามืออาชีพที่เรียนรู้วิธีลดอาการบาดเจ็บ เทรดเดอร์ก็สามารถทำตามขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อลดสลิปเพจและรักษาผลกำไรไว้ได้มากขึ้น ดังนี้:
1. ใช้คำสั่ง Limit Order แทน Market Order
วิธีที่เร็วที่สุดในการหลีกเลี่ยงสลิปเพจคืออะไร? หยุดใช้คำสั่ง Market Order
คำสั่ง Market Order เป็นการบอกโบรกเกอร์ว่า “เปิดหรือปิดสถานะให้ฉันที่ราคาที่ดีที่สุดในขณะนี้” ปัญหาคืออะไร? ราคานั้นอาจไม่ใช่ราคาที่คุณคาดหวังไว้
คำสั่ง Limit Order ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ แทนที่จะยอมรับราคาใดก็ตามที่ตลาดเสนอ คำสั่ง Limit Order จะดำเนินการเฉพาะที่ราคาที่คุณกำหนดไว้ (หรือราคาที่ดีกว่า) เท่านั้น
ตัวอย่าง:
- คุณต้องการซื้อหุ้น Apple ที่ $175.00
- หากใช้คำสั่ง Market Order คุณอาจได้ราคาที่ $175.30
- แต่หากใช้คำสั่ง Limit Order ที่ $175.00 คำสั่งของคุณจะไม่ได้รับการดำเนินการจนกว่าราคาจะแตะระดับนั้น
2. เทรดในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูง
สภาพคล่องหมายถึงจำนวนผู้ซื้อและผู้ขายที่มากขึ้นในตลาด สภาพคล่องที่สูงขึ้นย่อมหมายถึงสเปรด Bid-Ask ที่แคบลงและโอกาสที่ราคาจะกระโดดอย่างรุนแรงก็น้อยลงตามไปด้วย
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเทรด:
- สำหรับฟอเร็กซ์: ช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กทับซ้อนกัน (8:00 น. - 12:00 น. EST) จะมีปริมาณการซื้อขายสูงสุด
- สำหรับหุ้น: 30 นาทีแรกหลังจากตลาดเปิดทำการอาจมีความผันผวน แต่การเทรดช่วงกลางวัน (10:30 น. - 15:00 น. EST) มักจะมีการเคลื่อนไหวของราคาที่ราบรื่นกว่า ในตลาดหุ้น การเทรดในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูง เช่น 30 นาทีแรกหลังจากตลาดเปิดทำการ สามารถช่วยจำกัดความเสี่ยงอย่างสลิปเพจได้ด้วยการช่วยให้มั่นใจว่าการดำเนินการคำสั่งซื้อขายจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว
- สำหรับคริปโต: สภาพคล่องขึ้นอยู่กับเหรียญแต่ละประเภท แต่โดยทั่วไปวันธรรมดาจะมีปริมาณการซื้อขายสูงกว่าวันหยุดสุดสัปดาห์
หลีกเลี่ยงการเทรดทันทีที่ตลาดเปิดหรือปิดทำการ เนื่องจากสเปรดจะกว้างขึ้นและการแกว่งตัวของราคาจะคาดเดาได้ยาก
3. หลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีข่าวสำคัญ
เหตุการณ์ข่าวใหญ่อาจกลายเป็นฝันร้ายจากสลิปเพจ หากคุณไม่อยากติดอยู่ท่ามกลางความผันผวนที่วุ่นวาย ควรตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจก่อนส่งคำสั่งเทรด
ทำอย่างไร?
- หากกำลังจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น (เช่น การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย) ควรรอให้การประกาศสิ้นสุดลงก่อนจึงค่อยเปิดสถานะ
- หากคุณเปิดสถานะเทรดอยู่แล้ว ให้พิจารณาขยับ stop loss ให้แคบลง หรือลดขนาดสถานะเพื่อป้องกันความผันผวนรุนแรงของราคา
4. เลือกโบรกเกอร์ที่มีการดำเนินการคำสั่งรวดเร็วและมี VPS
ความเร็วในการดำเนินการคำสั่งของโบรกเกอร์มีความสำคัญมาก โบรกเกอร์ที่ดำเนินการช้าสามารถเปลี่ยนการเทรดเล็ก ๆ ให้กลายเป็นความเสียหายจากสลิปเพจได้
ควรพิจารณาอะไรบ้าง?
- โบรกเกอร์แบบ ECN หรือ STP ซึ่งจะส่งคำสั่งของคุณตรงสู่ตลาดเพื่อลดความล่าช้า หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถดูคำแนะนำของเราได้ที่ บัญชี ECN กับ Standard แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน
- เซิร์ฟเวอร์การเทรดที่มีค่าความหน่วง (Latency) ต่ำ
- เซิร์ฟเวอร์เสมือนส่วนตัว (Virtual Private Server หรือ VPS) หากคุณใช้กลยุทธ์การเทรดแบบอัลกอริทึมหรือเทรดความถี่สูง (HFT)
หากสลิปเพจกำลังกัดกินผลกำไรของคุณ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่กลยุทธ์ แต่อาจอยู่ที่โบรกเกอร์ของคุณ ซึ่งเราจะพูดถึงเรื่องนี้เพิ่มเติมในภายหลัง
วิธีลดสลิปเพจในการเทรดด้วยอัลกอริทึม
การเทรดด้วยอัลกอริทึม มาพร้อมกับความเร็วและความแม่นยำ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าสลิปเพจจะหายไป ในความเป็นจริง สลิปเพจอาจส่งผลกระทบต่อเทรดเดอร์สายอัลกอริทึมหนักยิ่งกว่าเดิมหากการดำเนินการคำสั่งไม่ได้รับการปรับแต่งอย่างเหมาะสม และนี่คือวิธีที่จะช่วยให้การเทรดของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น
1. เพิ่มประสิทธิภาพการส่งคำสั่งซื้อขาย (Order Routing)
ไม่ใช่ทุกโบรกเกอร์ที่จะดำเนินการคำสั่งในลักษณะเดียวกัน บางแห่งจับคู่คำสั่งภายในระบบของตนเอง (Internalize) ในขณะที่บางแห่งส่งคำสั่งไปยังราคาตลาดที่ดีที่สุดที่มีอยู่
สำหรับเทรดเดอร์สายอัลกอริทึม การเข้าถึงตลาดโดยตรง (Direct Market Access หรือ DMA) หรือการดำเนินการคำสั่งแบบ ECN คือหัวใจสำคัญในการลดสลิปเพจ แทนที่จะปล่อยให้โบรกเกอร์กำหนดวิธีการจับคู่คำสั่งของคุณ DMA จะช่วยให้มั่นใจว่าคำสั่งจะถูกส่งตรงไปยังแหล่งสภาพคล่องที่ให้ราคาดีที่สุด
ทางออกคืออะไร? หากคุณจริงจังเรื่องการดำเนินการคำสั่ง ควรเลือกโบรกเกอร์อย่าง Switch Markets ที่ให้บริการการเข้าถึงตลาดโดยตรงและสภาพคล่องระดับสถาบันการเงิน
2. ปรับการตั้งค่า Slippage Tolerance
แพลตฟอร์มการเทรดด้วยอัลกอริทึมส่วนใหญ่เปิดให้คุณกำหนด Slippage Tolerance หรือระดับการเคลื่อนไหวของราคาสูงสุดที่คุณยอมรับได้ก่อนที่คำสั่งจะถูกปฏิเสธ
- หากตั้งค่าแคบเกินไป คำสั่งซื้อขายของคุณอาจไม่ได้รับการดำเนินการ
- หากตั้งค่ากว้างเกินไป คุณอาจได้ราคาที่แย่กว่าที่คาดไว้
3. ใช้กลยุทธ์การส่งคำสั่งแบบ VWAP และ TWAP
แทนที่จะส่งคำสั่งขนาดใหญ่เพียงคำสั่งเดียวซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาตลาด เทรดเดอร์สถาบันและเฮดจ์ฟันด์มักใช้อัลกอริทึมในการแบ่งคำสั่งซื้อขายออกเป็นคำสั่งย่อย ๆ ตามช่วงเวลา
- VWAP (Volume-Weighted Average Price): แบ่งคำสั่งซื้อขายตามปริมาณการซื้อขายในตลาด เพื่อให้การดำเนินการคำสั่งเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและลดผลกระทบต่อตลาดให้เหลือน้อยที่สุด
- TWAP (Time-Weighted Average Price): ดำเนินการคำสั่งซื้อขายอย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้คำสั่งขนาดใหญ่ส่งผลให้เกิดสลิปเพจ
หากคุณเทรดสถานะขนาดใหญ่หรือตราสารที่ขาดสภาพคล่อง กลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยควบคุมสลิปเพจได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความสมดุลของตลาด
4. เทรดในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูง
แม้แต่เทรดเดอร์สายอัลกอริทึมก็ยังต้องคำนึงถึงสภาพคล่อง หากบอทของคุณทำงานในช่วงเวลาที่มีปริมาณการซื้อขายต่ำ คุณก็เสี่ยงที่จะเจอกับสเปรดที่กว้างและราคาที่ไม่เอื้ออำนวย
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรตั้งค่ากลยุทธ์ของคุณให้เทรด:
- ในช่วงเวลาทำการหลักของตลาด (ช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์กสำหรับฟอเร็กซ์ หรือเวลาทำการปกติสำหรับหุ้น)
- ในช่วงที่สเปรดแคบที่สุด (การเทรดช่วงกลางวันมักมีการเคลื่อนไหวของราคาที่ราบรื่นกว่า)
- หลีกเลี่ยงช่วงที่มีเหตุการณ์ข่าวสำคัญ
5. ใช้ VPS เพื่อการดำเนินการคำสั่งที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
หากบอทเทรดของคุณทำงานบนคอมพิวเตอร์ที่บ้านด้วยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ไม่เสถียร สลิปเพจอาจเป็นปัญหาที่เล็กที่สุดของคุณเลยทีเดียว
เซิร์ฟเวอร์เสมือนส่วนตัว (VPS) ช่วยให้ระบบการเทรดของคุณทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ด้วยความเร็วในการดำเนินการคำสั่งที่มีค่าความหน่วงต่ำ ซึ่งช่วยลดความล่าช้าที่อาจนำไปสู่สลิปเพจ
ข่าวดีก็คือ หากคุณเทรดกับ Switch Markets คุณสามารถมีสิทธิ์รับ VPS ฟรี เพื่อช่วยให้มั่นใจว่าคำสั่งเทรดของคุณจะได้รับการดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุดโดยไม่มีสะดุด และที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ คุณยังสามารถทดสอบกลยุทธ์การเทรดด้วยอัลกอริทึมในบัญชีทดลองก่อนที่จะเทรดในตลาดจริงได้อีกด้วย
บทสรุป - ทำไมการเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ
โดยสรุปแล้ว สลิปเพจถือเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด แต่จะส่งผลต่อคุณมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ การดำเนินการคำสั่ง และการเลือกโบรกเกอร์ของคุณ
วิธีลดสลิปเพจ:
เมื่อคุณรู้วิธีจัดการกับสลิปเพจแล้ว ก็ถึงเวลาควบคุมการดำเนินการคำสั่งซื้อขายและเทรดได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ถึงตอนนี้ คุณคงมีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับสลิปเพจของราคาแล้ว ทั้งความหมาย สาเหตุ และวิธีลดผลกระทบ แต่เรามาดูคำถามทั่วไปที่เทรดเดอร์มักสงสัยเกี่ยวกับสลิปเพจกันต่อเพื่อคลายทุกข้อข้องใจ
1. สลิปเพจมีโอกาสเป็นผลดีต่อฉันได้หรือไม่?
ได้แน่นอน สิ่งนี้เรียกว่าสลิปเพจเชิงบวก (Positive Slippage) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคำสั่งซื้อขายของคุณได้รับการจับคู่ในราคาที่ดีกว่าที่คาดไว้
ตัวอย่างเช่น หากคุณส่งคำสั่งซื้อที่ $100 แต่ราคาปรับตัวลดลงก่อนการดำเนินการคำสั่งเล็กน้อย ทำให้คุณได้ราคาที่ $99.80 ส่วนต่าง $0.20 นั้นคือสลิปเพจเชิงบวก และหมายความว่าคุณเปิดสถานะได้ในราคาที่ถูกลง
2. คำสั่งซื้อขายประเภทใดที่ช่วยลดสลิปเพจได้?
หากคุณต้องการควบคุมราคาเข้าและออกได้ดียิ่งขึ้น คำสั่ง Limit Order คือตัวเลือกที่ดีที่สุด ควรเลือกใช้คำสั่งประเภทนี้เมื่อทำได้
3. สลิปเพจส่งผลกระทบต่อตราสารทุกประเภทเท่ากันหรือไม่?
ไม่เท่ากัน บางตลาดอาจเจอกับสลิปเพจมากกว่าตลาดอื่น โดยคู่สกุลเงินที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง EUR/USD มักจะเกิดสลิปเพจน้อยกว่า ในขณะที่คู่สกุลเงิน Exotic อาจพบได้มากกว่า สำหรับหุ้นนั้น หุ้นขนาดใหญ่ (Large-Cap) มักมีสเปรดแคบและเกิดสลิปเพจน้อยมาก แต่หุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายต่ำอาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
สำหรับคริปโตเคอร์เรนซี เนื่องจากตลาดคริปโตมีความผันผวนสูงและอาจมีสภาพคล่องต่ำ สลิปเพจจึงอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่
4. ทำไมสลิปเพจถึงรุนแรงขึ้นในช่วงที่มีเหตุการณ์ข่าว?
เหตุการณ์ข่าวมักทำให้ความผันผวนพุ่งสูงขึ้นและทำให้สเปรดกว้างขึ้น ส่งผลให้โบรกเกอร์ดำเนินการคำสั่งซื้อขายที่ราคาตามที่คาดหวังได้ยากขึ้น
หากคุณเทรดก่อนหรือหลังการประกาศข่าวสำคัญในทันที (เช่น NFP, CPI หรือการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย) สลิปเพจก็มีโอกาสสูงกว่าปกติมาก
Pro tip: หากคุณไม่อยากเผชิญกับการกระโดดของราคาอย่างรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลาที่มีข่าวสำคัญ
5. โบรกเกอร์สามารถดัดแปลงสลิปเพจได้หรือไม่?
โบรกเกอร์ที่ดีจะดำเนินการคำสั่งซื้อขายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส แต่ก็มีโบรกเกอร์บางแห่งที่ฉวยโอกาสจากสลิปเพจเพื่อเพิ่มผลกำไรให้ตนเอง ควรระวังโบรกเกอร์ที่ทำให้คำสั่งเทรดเกิดสลิปเพจที่ส่งผลดีต่อตนเองอยู่เสมอ ขยายสเปรดกว้างเกินไปในสภาวะตลาดปกติ และดำเนินการคำสั่งล่าช้าจนทำให้เกิดสลิปเพจที่ไม่จำเป็น
วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใสคืออะไร? เทรดกับโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่าง Switch Markets ที่คุณจะได้รับการดำเนินการคำสั่งที่รวดเร็วและเป็นธรรม มีสลิปเพจต่ำ สเปรดแคบ ไม่มีการบวกราคาเพิ่มโดยไม่จำเป็น และเข้าถึงตลาดได้โดยตรงเพื่อให้ได้ราคาจับคู่คำสั่งที่ดีขึ้น
หากโบรกเกอร์ของคุณดูเหมือนจะ “ลื่นไถล” บ่อยเกินไป อาจถึงเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนแล้ว
การเปิดเผยความเสี่ยง: ข้อมูลในบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาให้คำแนะนำทางการเงิน แนะนำการลงทุน รับประกันผลกำไร หรือป้องกันการขาดทุน เนื้อหาของเราจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น และเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความเสี่ยงและความซับซ้อนของตลาดเหล่านี้ผ่านการวิเคราะห์ที่เป็นกลาง ก่อนเริ่มการซื้อขาย โปรดพิจารณาประสบการณ์ เป้าหมายทางการเงิน และระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้อย่างรอบคอบ การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินทุนและอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน


