21 คนเปิดบัญชีจริงใน 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดบัญชีเทรดจริง
มีฝ่ายสนับสนุนพร้อมให้บริการ 24/7
Switch Markets Logo
ดูเครื่องมือการเทรดทั้งหมดปฏิทินเศรษฐกิจเครื่องคำนวณกำไรฟอเร็กซ์เครื่องคำนวณ Pipเครื่องคำนวณมาร์จิ้นฟอเร็กซ์เครื่องคำนวณ Forward Rates ฟอเร็กซ์เครื่องคำนวณ CAGRเครื่องคำนวณ Value at Riskเครื่องคำนวณ Drawdown ฟอเร็กซ์เครื่องคำนวณ Risk of Ruinเครื่องคำนวณ Stop Loss และ Take Profitเครื่องคำนวณ Fibonacciเครื่องคำนวณขนาดล็อตเครื่องมือวัดความแข็งแกร่งของสกุลเงินHeat Map ตลาดเครื่องคำนวณสวอปฟอเร็กซ์เครื่องคำนวณความผันผวนฟอเร็กซ์เครื่องคำนวณ ATRเครื่องมือแปลงเขตเวลาตลาดฟอเร็กซ์เครื่องคำนวณผลตอบแทนทบต้นฟอเร็กซ์เครื่องคำนวณ Pivot Pointเครื่องคำนวณ Win Rateเครื่องคำนวณอัตราส่วน Risk to Rewardเครื่องคำนวณ VWAPเครื่องคำนวณผลตอบแทนการเทรดการจำลองแบบ Monte Carlo
เข้าสู่ระบบเปิดบัญชี

CFD เป็นตราสารที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินอย่างรวดเร็วเนื่องจากเลเวอเรจ บัญชีลูกค้ารายย่อย 71% สูญเสียเงินเมื่อเทรด CFD กับผู้ให้บริการรายนี้ คุณควรพิจารณาว่าคุณเข้าใจการทำงานของ CFD หรือไม่ และคุณสามารถรับความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินได้หรือไม่

วิธีเริ่มเทรด CFD: คู่มือสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่

วิธีเริ่มเทรด CFD: คู่มือสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่

14 นาที 46 วินาที|เขียนโดย: Lex Smirnoff|อัปเดตล่าสุด: 16 ตุลาคม 2026

กำลังสงสัยว่าจะเริ่มต้นเทรด CFD อย่างไรใช่ไหม คู่มือนี้จะครอบคลุมขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การตั้งค่าบัญชีเทรด การเลือกโบรกเกอร์ และการเปิดคำสั่งเทรดแรกของคุณ คุณจะได้เรียนรู้สิ่งที่จำเป็นเพื่อเริ่มต้นเทรด CFD อย่างมั่นใจ มาเริ่มกันเลย


ประเด็นสำคัญ

  • การเทรด CFD ช่วยให้คุณเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ได้โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์จริง และใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรซึ่งมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น
  • เหตุผลสำคัญในการเทรด CFD ได้แก่ เลเวอเรจ การเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย ความสามารถในการเปิดสถานะ long และ short การไม่ต้องถือครองสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงต้นทุนที่ต่ำกว่าและการเข้าถึงที่ง่ายกว่า
  • การเปิดบัญชี CFD ประกอบด้วยการเลือกโบรกเกอร์ที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ การวางแผนการเทรด และการฝึกฝนด้วยบัญชีทดลองเพื่อสั่งสมประสบการณ์
  • การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็นในการเทรด CFD ซึ่งรวมถึงการใช้คำสั่ง stop loss และ limit order การติดตามสถานะอย่างต่อเนื่อง และการทำความเข้าใจต้นทุนในการเทรด

การเทรด CFD คืออะไร?

การเทรด CFD หรือ สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (Contracts for Difference) คือวิธีการเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์โดยที่คุณไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริง ๆ โดยพื้นฐานแล้ว CFD เป็นตราสารทางการเงินที่เป็นสัญญาระหว่างสองฝ่ายในการแลกเปลี่ยนส่วนต่างของมูลค่าสินทรัพย์นับตั้งแต่เวลาที่เปิดสัญญาจนถึงเวลาที่ปิดสัญญา อย่างไรก็ตาม ต่างจากตลาดหุ้นหรือฟิวเจอร์สที่ผู้เข้าร่วมตลาดต้องมีการส่งมอบสินทรัพย์จริง (ไม่ว่าจะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์หรือหุ้นในรูปแบบเอกสารสิทธิ์) ในการเทรด CFD เทรดเดอร์เพียงแค่เก็งกำไรจากราคาสินทรัพย์โดยไม่ได้เป็นเจ้าของหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์จริงแต่อย่างใด

เนื่องจาก CFD เป็นตลาดอนุพันธ์ที่เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์เก็งกำไรจากราคาเพียงอย่างเดียว จึงมีข้อดีมากมายในการเทรด CFD

ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์สามารถเปิดสถานะ long (ซื้อ) หากเชื่อว่าราคาตลาดจะปรับตัวขึ้น หรือเปิดสถานะ short (ขาย) หากคาดว่าราคาตลาดจะลดลง ซึ่งช่วยเปิดโอกาสในการทำกำไรได้ทั้งในสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง แม้ว่าสิ่งนี้จะทำได้ในตลาดหุ้นหรือตลาดฟิวเจอร์สเช่นกัน แต่สำหรับการเทรด CFD จะไม่มีข้อกำหนดเรื่องมาร์จิ้นสำหรับการขายชอร์ตสินทรัพย์

ข้อได้เปรียบหลักอีกประการของการเทรด CFD คือเลเวอเรจ ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์ CFD ควบคุมสถานะขนาดใหญ่ขึ้นด้วยเงินทุนที่น้อยลง เลเวอเรจสามารถเพิ่มผลกำไรได้ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่จะขาดทุนมากขึ้นเช่นกัน ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์ CFD สามารถเทรดด้วยเลเวอเรจสูงสุดถึง 1:1000 ในบางตลาด

ความยืดหยุ่นนี้ทำให้การเทรด CFD เป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่เทรดเดอร์ที่ต้องการเพิ่มผลตอบแทนและประสิทธิภาพในการจัดการสินทรัพย์ในตลาดการเงิน


อธิบายง่าย ๆ คือ การเทรด CFD (Contracts for Difference) เป็นวิธีเทรดตามการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ เช่น หุ้น ฟอเร็กซ์ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ โดยที่คุณไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์จริง คุณเพียงแค่คาดการณ์ว่าราคาจะปรับขึ้นหรือลง หากคาดการณ์ถูก คุณจะได้กำไร และหากผิด คุณจะขาดทุน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เลเวอเรจได้ ซึ่งหมายความว่าคุณเทรดด้วยเงินจำนวนน้อยลงได้ แต่ก็จะทำให้ทั้งผลกำไรและผลขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นมีขนาดใหญ่ขึ้นเช่นกัน


เหตุผลสำคัญที่ควรเทรด CFD คืออะไร?

มีเหตุผลหลายประการที่เทรดเดอร์จำนวนมากเลือกเทรด CFD มากกว่ารูปแบบการเทรดอื่น ๆ ได้แก่:

1. เลเวอเรจและประสิทธิภาพด้านเงินทุน

CFD ช่วยให้คุณควบคุมสถานะในตลาดที่ใหญ่ขึ้นได้ด้วยมาร์จิ้นเริ่มต้นที่น้อยลง เลเวอเรจนี้ทำให้คุณสามารถเพิ่มผลตอบแทนที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยเงินทุนที่ไม่สูงมาก อย่างไรก็ตาม เลเวอเรจก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน การบริหารความเสี่ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้ Switch Markets ยังมอบเครื่องมือ เลเวอเรจแบบไดนามิก ให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ช่วยให้เทรดเดอร์ปรับ stop loss ตามการเคลื่อนไหวของราคาในสถานะที่เปิดอยู่ได้

2. การเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย

ด้วยบัญชีเทรด CFD เพียงบัญชีเดียว คุณสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นฟอเร็กซ์ ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้น ETF และคริปโต โดยทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องถือครองสินทรัพย์อ้างอิงจริง

3. ความสามารถในการเปิดสถานะ Long หรือ Short

การเทรด CFD แตกต่างจากการลงทุนทั่วไปตรงที่ช่วยให้เทรดเดอร์ทำกำไรได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง คุณสามารถซื้อ (เปิดสถานะ long) ได้หากคาดว่าราคาจะสูงขึ้น หรือขาย (เปิดสถานะ short) หากคาดว่าราคาจะลดลง และต่างจากการเทรดผ่านกระดานแลกเปลี่ยนแบบดั้งเดิม เพราะสามารถทำได้โดยไม่มีข้อกำหนดเรื่องมาร์จิ้นเพิ่มเติมสำหรับการชอร์ต

4. ไม่ต้องถือครองสินทรัพย์อ้างอิง

เนื่องจาก CFD เป็นตราสารอนุพันธ์ คุณจึงไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงจริง (เช่น หุ้น น้ำมันเป็นบาร์เรล หรือทองคำแท่ง) ช่วยตัดภาระเรื่องต้นทุนและข้อจำกัดของการเป็นเจ้าของออกไป เช่น ค่าจัดเก็บ ค่าส่งมอบ หรือค่าธรรมเนียมการโอน

5. ต้นทุนที่ต่ำกว่าและการเข้าถึงที่ง่ายกว่า

โบรกเกอร์ CFD มักมีต้นทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่ากระดานแลกเปลี่ยนแบบดั้งเดิม ด้วยค่าสเปรดที่แข่งขันได้ ไม่มีอากรแสตมป์ในบางเขตอำนาจศาล และแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างเช่น การเทรดหุ้นหรือฟิวเจอร์สแบบดั้งเดิมมักต้องใช้เงินลงทุนขั้นต่ำเริ่มต้นอย่างน้อย $2000 - $3000 เพื่อให้เทรดเดอร์เข้าถึงตลาดและสร้างผลกำไรได้อย่างสมเหตุสมผล ในทางกลับกัน เงินฝากขั้นต่ำที่แนะนำสำหรับการเทรด CFD อยู่ที่ประมาณ $500 ถึง $1,000 ซึ่งต่ำกว่ามากอันเนื่องมาจากเลเวอเรจที่มีให้และประสิทธิภาพของตลาด CFD

reasons-to-trade-cfd

ตัวอย่างการเทรด CFD

เพื่อให้เห็นภาพการทำงานของการเทรด CFD ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูตัวอย่างการใช้งานจริงกัน ตัวอย่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจกลไกของการเทรด CFD และผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นจากกลยุทธ์การเทรดต่าง ๆ

ตัวอย่างที่ 1: การเทรด CFD สกุลเงิน

สมมติว่าคุณตัดสินใจเปิดสถานะ long โดยซื้อ EUR/USD จำนวน 0.50 ล็อต ที่ระดับราคาประมาณ 1.1800 มาดูกันว่าอาจเกิดอะไรขึ้นบ้าง:

  • อันดับแรก 1 standard lot = 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก (ในที่นี้คือ EUR)
  • ดังนั้น 0.50 ล็อต = 50,000 หน่วยของ EUR/USD
  • ที่ขนาดนี้ แต่ละ pip (0.0001) จะมีมูลค่า $5

ลำดับเหตุการณ์เป็นดังนี้:

  • EUR/USD ปรับตัวขึ้น 50 pip โดยเพิ่มขึ้นจาก 1.1800 ไปเป็น 1.1850
  • ทำให้เกิดราคาใหม่ที่ 1.1850 สำหรับสถานะที่เปิดไว้ของคุณ
  • คุณตัดสินใจปิดคำสั่งเทรดที่ระดับราคานี้

การคำนวณกำไร:

  • การขยับ 50 pip × $5 ต่อ pip = กำไร $250 (ยังไม่รวมค่าสเปรด ค่าคอมมิชชั่น หรือค่าสวอป)

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของตลาดเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่ชัดเจนได้เมื่อเทรดด้วยเลเวอเรจ อย่างไรก็ตาม ในทางตรงกันข้ามก็เช่นเดียวกัน หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทางกับที่คุณคาดไว้ 50 pip คุณก็จะขาดทุน $250

ตัวอย่างที่ 2: การเทรด CFD หุ้น (Tesla)

สมมติว่าคุณคาดว่าราคาหุ้น Tesla จะลดลง คุณจึงตัดสินใจเปิดสถานะ short โดยขายหุ้น Tesla จำนวน 10 หุ้นผ่าน CFD ที่ราคา $428 ต่อหุ้น

  • ใน CFD หุ้น 1 CFD = 1 หุ้น ทำให้ติดตามขนาดความเสี่ยงของคุณได้ง่าย
  • ขนาดสถานะทั้งหมดของคุณตรงนี้คือ $4,280 (10 หุ้น × $428)

ลำดับเหตุการณ์:

  • ราคาหุ้น Tesla ลดลงเหลือ $412 ตามที่คุณคาดไว้
  • คุณปิดสถานะ short ด้วยการซื้อหุ้น 10 หุ้นกลับคืนที่ราคาต่ำลง

การคำนวณกำไร:

  • กำไรต่อหุ้น = $428 − $412 = $16
  • กำไรรวม = $16 × 10 หุ้น = $160 (ยังไม่รวมค่าสเปรดหรือค่าคอมมิชชั่น)

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถทำกำไรได้เมื่อราคาหุ้นลดลง แม้จะไม่ได้ถือครองหุ้นจริง และที่สำคัญ โบรกเกอร์บางแห่งอย่าง Switch Markets ยังช่วยให้เทรดเดอร์ ได้รับเงินปันผลจากสถานะ CFD ได้อีกด้วย ซึ่งทำให้การลงทุนรูปแบบนี้แทบไม่ต่างจากการถือครองหุ้นจริงผ่านกระดานแลกเปลี่ยน

ตัวอย่างที่ 3: การเทรด CFD คริปโต (Bitcoin)

คุณคาดว่าราคา Bitcoin กำลังจะปรับตัวขึ้น จึงเปิดสถานะ long จำนวน 0.50 BTC ผ่าน CFD ที่ราคา $117,600 ต่อ BTC

  • โปรดทราบว่าคุณสามารถเทรดได้ทั้งเหรียญเต็มจำนวนหรือเป็นเศษส่วน ทำให้มีความยืดหยุ่นในการปรับขนาดสถานะ
  • ในกรณีนี้ ความเสี่ยงรวมของคุณจะอยู่ที่ $58,800 (0.50 × $117,600)

ลำดับเหตุการณ์:

  • ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นไปที่ $119,100
  • คุณปิดสถานะเพื่อล็อกกำไร

การคำนวณกำไร:

  • ราคาปรับเพิ่มขึ้น = $119,100 − $117,600 = $1,500
  • กำไรรวม = $1,500 × 0.50 BTC = $750

วิธีเริ่มต้นเทรด CFD

การเทรด CFD เป็นหนึ่งในวิธีที่เข้าถึงตลาดการเงินระดับโลกได้ง่ายที่สุด ความยืดหยุ่นนี้ เมื่อรวมกับฟีเจอร์อย่างเลเวอเรจและความสามารถในการเทรดได้ทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง ทำให้ CFD เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทั้งมือใหม่และเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์

นี่คือขั้นตอนที่คุณต้องทำเพื่อเริ่มต้นเทรด CFD บน Switch Markets:


  1. ลงทะเบียนเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนให้เสร็จสมบูรณ์

  2. เลือกระหว่างบัญชีจริงหรือบัญชีทดลอง

  3. ดาวน์โหลดแพลตฟอร์มการเทรดของคุณ

  4. ทำความคุ้นเคยกับเครื่องมือและฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม

  5. ฝากเงิน

  6. เลือกสินทรัพย์และส่งคำสั่งเทรด

  7. ใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง

  8. ติดตามและจัดการสถานะที่เปิดอยู่

  9. เพิ่มพูนความรู้ด้วยแหล่งข้อมูลเพื่อการศึกษา


1. ลงทะเบียนเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนให้เสร็จสมบูรณ์

สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือลงทะเบียนบัญชีและยืนยันตัวตน บน Switch Markets คุณสามารถคลิกที่ปุ่ม เปิดบัญชี เพื่อลงทะเบียน จากนั้นระบบจะนำคุณไปยังพื้นที่ส่วนสมาชิกของเรา ซึ่งคุณจะต้องอัปโหลดเอกสารเพื่อยืนยันตัวตน

2. เลือกระหว่างบัญชีจริงหรือบัญชีทดลอง

เมื่อบัญชีของคุณได้รับการยืนยันแล้ว คุณสามารถเลือกประเภทบัญชีได้: บัญชีทดลอง หรือบัญชีจริง หากคุณเป็นมือใหม่ ขอแนะนำอย่างยิ่งให้เริ่มต้นด้วยบัญชีทดลอง ซึ่งคุณสามารถฝึกฝนด้วยเงินจำลองได้

switch-markets-open-account

ในขั้นตอนนี้ คุณจะต้องเลือกประเภทบัญชี เช่น บัญชี ECN หรือ Standard หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถดูคู่มือเกี่ยวกับ ข้อแตกต่างระหว่างบัญชี ECN และ Standard ของเราได้

โปรดทราบว่าคุณจะต้องเลือกแพลตฟอร์มที่ต้องการใช้เทรดด้วย ได้แก่ MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 หากคุณไม่แน่ใจว่าแพลตฟอร์มใดเหมาะกับคุณ สามารถอ่านคู่มือ ความแตกต่างระหว่าง MT4 และ MT5 ได้

switch-markets-choose-account-type

เมื่อคุณรู้สึกมั่นใจเพียงพอที่จะไปยังขั้นตอนถัดไป คุณสามารถเปิดบัญชีจริงได้

คำแนะนำจากมือโปร
ขอแนะนำให้ใช้ประเภทบัญชีและแพลตฟอร์มเดียวกัน (MT4/MT5) ทั้งในบัญชีทดลองและบัญชีจริง

3. ดาวน์โหลดแพลตฟอร์มการเทรดของคุณ

คลิกที่แท็บ Platform Downloads แล้วเลือกแพลตฟอร์มที่คุณต้องการใช้เทรด

switch-markets-platforms

4. ทำความคุ้นเคยกับเครื่องมือและฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม

ก่อนจะเริ่มต้นเทรดจริง สละเวลาสำรวจเครื่องมือและฟีเจอร์ต่าง ๆ ของแพลตฟอร์ม โปรดจำไว้ว่าแต่ละโบรกเกอร์มีเครื่องมือ ฟีเจอร์ และบริการที่แตกต่างกัน ลองสำรวจและใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ Switch Markets มีบริการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้:

5. ฝากเงิน

หลังจากบัญชีของคุณได้รับการยืนยันและคุณได้ฝึกฝนบนบัญชีทดลองมาระยะหนึ่งแล้ว คุณสามารถทำการฝากเงินเพื่อเริ่มเทรดด้วยเงินจริงได้

เพียงไปที่แท็บ Funds ในเมนูด้านซ้ายแล้วเลือกช่องทางการฝากเงินที่คุณต้องการ โปรดจำไว้ว่า Switch Markets มีช่องทางการฝากเงินที่หลากหลาย รวมถึงตัวเลือกในการฝากเงินเข้าบัญชีด้วย Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ

switch-markets-fund-account

6. เลือกสินทรัพย์และส่งคำสั่งเทรด

ตอนนี้คุณพร้อมส่งคำสั่งเทรดแรกแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคือเลือกสินทรัพย์แล้วคลิกปุ่ม New Order กำหนดขนาดล็อต (volume) ตั้งค่า stop loss และ take profit (ระบุหรือไม่ก็ได้) รวมทั้งทิศทางของสถานะ (ซื้อหรือขาย)

switch-markets-place-trade

7. ใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง

การเทรดโดยไม่มีการควบคุมความเสี่ยงเปรียบเสมือนการขับรถลงเขาโดยไม่มีเบรก คุณต้องนำกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงมาใช้เพื่อจำกัดการขาดทุนและวางแผนการเทรดอย่างรอบคอบ ซึ่งรวมถึงเครื่องมือบริหารความเสี่ยงพื้นฐานอย่าง stop loss และ take profit หรือ trailing stop loss ซึ่งเป็นคำสั่ง stop loss ประเภทหนึ่งที่จะปรับระดับตามราคาตลาดโดยอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เป็นใจ ช่วยล็อกผลกำไรพร้อมทั้งป้องกันคุณหากตลาดกลับตัวสวนทาง

สำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากคู่มือเทคนิคการบริหารความเสี่ยงสำหรับการเทรดรายวัน ส่วนเทรดเดอร์สาย Algo ก็สามารถใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงสำหรับ EA ของเราได้ รวมถึง EA จัดการความเสี่ยงของเรา

8. ติดตามและจัดการสถานะที่เปิดอยู่

เมื่อคุณเริ่มเทรดในตลาดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการติดตามและจัดการผลการดำเนินงานของคุณ ด้วยเหตุนี้ คุณจึงจำเป็นต้องติดตามดู Trade Balance บน MetaTrader

switch-markets-monitor-trades

ในส่วน Trade Balance คุณสามารถติดตาม P&L, P&L ของสวอป (อ้างอิงถึงอัตราสวอปในการเทรด) ยอดคงเหลือ อิควิตี้ (Equity) มาร์จิ้น และมาร์จิ้นคงเหลือ (free margin)

นอกจากนี้ Switch Markets ยังมีแอปพลิเคชันติดตามสถานะการเทรดติดตั้งมาให้ฟรีภายในพื้นที่ส่วนสมาชิก ซึ่ง TrackATrader จะช่วยให้คุณสามารถติดตามและตรวจสอบคำสั่งเทรดของคุณได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปวิเคราะห์และปรับปรุงผลงาน และสุดท้าย คุณยังสามารถใช้ Trading Journal ซึ่งเป็นไฟล์ Excel สำหรับช่วยบันทึกการเทรดและวิเคราะห์ผลงานของคุณได้อีกด้วย

9. เพิ่มพูนความรู้ด้วยแหล่งข้อมูลเพื่อการศึกษา

สุดท้ายแล้ว ความรู้คือพลัง แม้ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในการทำกำไรจากการเทรด คุณก็ยังต้องพัฒนาทักษะและเพิ่มพูนความรู้อยู่เสมอ เข้ามาดูส่วนการเรียนรู้ของเรา สมัครรับจดหมายข่าว และติดตามเว็บไซต์รวมถึงฟอรัมการเงินเป็นประจำทุกวัน เพื่อรับข้อมูลข่าวสารและอัปเดตเหตุการณ์ล่าสุดในตลาด


การจัดการต้นทุนการเทรด - สิ่งที่คุณต้องพิจารณาเมื่อเทรด CFD คืออะไร?

การบริหารต้นทุนการเทรดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความสามารถในการทำกำไรในการเทรด CFD ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการเทรด CFD อาจรวมถึงค่าสเปรด ค่าธรรมเนียมการถือสถานะข้ามคืน และค่าคอมมิชชั่น

ข้อสำคัญคือ ค่าคอมมิชชั่นสำหรับการเทรด CFD จะพิจารณาจากบัญชีที่คุณเลือก ตัวอย่างเช่น บน Switch Markets เทรดเดอร์สามารถเลือกบัญชี ECN หรือ Standard ได้ โดยตัวเลือกแรกจะช่วยให้คุณเทรดได้โดยไม่มีค่าสเปรดและมีค่าคอมมิชชั่นคงที่ ส่วนบัญชี Standard จะไม่มีค่าคอมมิชชั่นคงที่ แต่คุณจะต้องจ่ายค่าสเปรดเมื่อเปิดและปิดสถานะ

ค่าธรรมเนียมการถือสถานะข้ามคืนจะเกิดขึ้นเมื่อถือสถานะข้ามเวลาตัดรอบที่กำหนด โดยทั่วไปจะคิดเป็นรายวัน ค่าธรรมเนียมเหล่านี้อาจลดทอนผลกำไรของคุณได้หากเปิดสถานะ CFD ค้างไว้นานกว่าหนึ่งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาตามประเภทของตราสารอ้างอิง

นอกจากนี้ อาจมีค่าใช้จ่ายในการยืมสินทรัพย์เมื่อเปิดสถานะ short หุ้นผ่าน CFD ซึ่งขึ้นอยู่กับสินทรัพย์ทางการเงินและสินทรัพย์อ้างอิงนั้น ๆ รวมถึงค่าธรรมเนียมการจัดการเล็กน้อย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจการทำงานของ CFD rollover และผลกระทบต่อการเทรด CFD การทำความเข้าใจและบริหารจัดการต้นทุนเหล่านี้จะช่วยให้คุณปรับกลยุทธ์การเทรดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเพิ่มผลตอบแทนสุทธิจากสินทรัพย์อ้างอิงได้

คำแนะนำจากมือโปร
เวลาเลือกโบรกเกอร์ CFD อย่าดูเพียงแค่ค่าสเปรด ให้คำนึงถึงต้นทุนการเทรดทั้งหมด รวมถึงค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมการถือสถานะข้ามคืน (สวอป) ตลอดจนค่าธรรมเนียมการถอนเงินหรือค่าธรรมเนียมกรณีบัญชีไม่มีการใช้งานที่อาจเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายเหล่านี้สามารถสะสมเพิ่มขึ้นตามเวลาและลดทอนผลกำไรของคุณได้ ดังนั้นควรเปรียบเทียบโครงสร้างค่าธรรมเนียมทั้งหมดก่อนเปิดบัญชีเสมอ

บทสรุป - ทำไมควรเทรด CFD กับ Switch Markets?

สรุปได้ว่า การเทรด CFD นำเสนอแนวทางที่ยืดหยุ่นและคล่องตัวในการเข้าสู่ตลาดการเงิน การทำความเข้าใจว่าการเทรด CFD คืออะไร การตั้งค่าบัญชีเทรดที่เหมาะสม และการเลือกตลาดที่ตอบโจทย์ จะช่วยเตรียมความพร้อมให้คุณสู่ความสำเร็จ การเปิดคำสั่งเทรดแรก การใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยง และการใช้ประโยชน์จากเทคนิคการเทรดขั้นสูง จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการเทรดของคุณให้ดียิ่งขึ้น ก่อนเริ่มต้น เราขอแนะนำให้อ่านคู่มือเคล็ดลับการเทรด CFD และ 7 กลยุทธ์การวิเคราะห์ทางเทคนิคชั้นนำที่ควรเพิ่มไว้ในชุดเครื่องมือเทรดของคุณ

ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือเพื่อดำเนินการตามกลยุทธ์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ Switch Markets เป็นแพลตฟอร์มการเทรด CFD ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดดเด่นด้วยแอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อปและมือถือที่ใช้งานง่าย พร้อมการเข้าถึงสินทรัพย์มากกว่า 1,000 รายการ ทั้งฟอเร็กซ์ หุ้น ดัชนี ETF สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อรองรับชุมชนเทรดเดอร์ทั่วโลก

นี่คือเหตุผลที่คุณควรเทรดกับ Switch Markets:

  • ตลาดและสินทรัพย์ที่หลากหลาย
  • Switch Markets เป็นบริษัทโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเป็นอย่างดี โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินชั้นนำ
  • ค่าสเปรดและต้นทุนการเทรดที่แข่งขันได้
  • เครื่องมือการเทรดขั้นสูง รวมถึง VPS ฟรี บอทเทรด AI, PineConnector และ EA ฟรีหลากหลายรูปแบบ
  • การดำเนินการคำสั่งในตลาดที่รวดเร็วและเครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์สาย Algo โดยเฉพาะ
  • ฝ่ายสนับสนุนลูกค้าทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งทางอีเมล การส่งทิกเก็ต และไลฟ์แชท
  • สื่อการเรียนรู้ - Switch Markets มีคู่มือ การสัมมนาออนไลน์ (เว็บมินาร์) จดหมายข่าวรายสัปดาห์ และวิดีโอ เพื่อช่วยทบทวนความรู้และก้าวทันตลาดได้อย่างรวดเร็ว

เปิดบัญชีจริง


คำถามที่พบบ่อย

ต่อไปนี้เป็นคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรด CFD:

CFD คืออะไร?

CFD หรือ Contract for Difference คือตราสารอนุพันธ์ทางการเงินที่ช่วยให้เทรดเดอร์เก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ได้โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้น ซึ่งเปิดโอกาสในการทำกำไรจากความผันผวนของตลาด

ฉันจะเลือกโบรกเกอร์ CFD ได้อย่างไร?

ในการเลือกโบรกเกอร์ CFD ให้ได้ผลดี ควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแลเป็นอันดับแรก ประเมินฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม พิจารณาค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง และตรวจสอบความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน แนวทางนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและตรงกับความต้องการในการเทรดของคุณ

ทำไมฉันควรใช้บัญชีทดลอง?

การใช้บัญชีทดลองมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความเสี่ยงในการฝึกฝนการเทรดด้วยเงินจำลอง ช่วยให้คุณสร้างความมั่นใจและขัดเกลากลยุทธ์ก่อนเข้าสู่ตลาดจริง การเตรียมตัวนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างมากเมื่อคุณเริ่มเทรดด้วยเงินจริง

การเทรด CFD เป็นวิธีที่ดีในการเริ่มต้นเทรดในตลาดการเงินหรือไม่?

การเทรด CFD สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเข้าสู่ตลาด เนื่องจากช่วยให้เข้าถึงสินทรัพย์ที่หลากหลาย มีความยืดหยุ่นในการเทรดทั้งในสภาวะราคาขาขึ้นหรือขาลง และสามารถใช้เลเวอเรจเพื่อควบคุมสถานะที่ใหญ่ขึ้นด้วยเงินทุนที่น้อยลง อย่างไรก็ตาม เลเวอเรจก็ทำให้ CFD มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เนื่องจากสามารถขยายผลขาดทุนได้มากพอ ๆ กับผลกำไร และถูกออกแบบมาเพื่อการเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าการลงทุนระยะยาว สำหรับมือใหม่ CFD อาจเหมาะสมหากเริ่มต้นด้วยความระมัดระวัง มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และฝึกฝนบนบัญชีทดลองก่อนเทรดด้วยเงินจริง

CFD กับฟิวเจอร์สต่างกันอย่างไร?

ทั้ง CFD (Contracts for Difference) และฟิวเจอร์สต่างเป็นตราสารอนุพันธ์ที่เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์เก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาโดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิง แต่มีความแตกต่างกันในด้านโครงสร้างและการใช้งาน โดย CFD จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า ไม่มีวันหมดอายุที่แน่นอน ทำให้เทรดเดอร์สามารถเปิดและปิดสถานะได้ตลอดเวลา และมักให้บริการโดยโบรกเกอร์ที่ให้สิทธิ์เข้าถึงตลาดที่หลากหลาย ในทางกลับกัน ฟิวเจอร์สเป็นสัญญามาตรฐานที่มีการซื้อขายบนกระดานแลกเปลี่ยน โดยมีการกำหนดขนาดและวันหมดอายุที่แน่นอน และมักถูกนำมาใช้โดยสถาบันการเงินเพื่อการป้องกันความเสี่ยง (hedging) และการเก็งกำไร ในขณะที่ CFD โดยทั่วไปจะเข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับเทรดเดอร์รายย่อย ฟิวเจอร์สมักต้องใช้เงินทุนเริ่มต้นที่สูงกว่าและมีเงื่อนไขการเทรดที่เข้มงวดกว่า

การเทรด CFD ถูกหลักศาสนาอิสลาม (ฮาลาล) หรือไม่?

การเทรด CFD อาจทำให้เกิดข้อกังวลภายใต้หลักการเงินอิสลาม เนื่องจากมักเกี่ยวข้องกับดอกเบี้ย (ค่าสวอปหรือค่าธรรมเนียม rollover) และการเก็งกำไร ซึ่งอาจมองว่าไม่สอดคล้องกับกฎหมายชะรีอะฮ์ อย่างไรก็ดี โบรกเกอร์บางแห่งอย่าง Switch Markets มีบัญชีอิสลามหรือบัญชีปลอดสวอป ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะให้สอดคล้องกับหลักการเหล่านี้ โดยยกเว้นการคิดดอกเบี้ยข้ามคืน ขณะเดียวกันก็ยังช่วยให้เข้าถึงตลาดระดับโลกได้ตามปกติ

การเปิดเผยความเสี่ยง: ข้อมูลในบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาให้คำแนะนำทางการเงิน แนะนำการลงทุน รับประกันผลกำไร หรือป้องกันการขาดทุน เนื้อหาของเราจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น และเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความเสี่ยงและความซับซ้อนของตลาดเหล่านี้ผ่านการวิเคราะห์ที่เป็นกลาง ก่อนเริ่มการซื้อขาย โปรดพิจารณาประสบการณ์ เป้าหมายทางการเงิน และระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้อย่างรอบคอบ การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินทุนและอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน

ยังไม่พร้อมเทรดด้วยบัญชีจริง? เทรดอย่างมั่นใจด้วยบัญชีทดลองในสภาวะตลาดจำลองที่เหมือนจริง ลองเทรดด้วยบัญชีทดลอง