วิธีเทรดหุ้นยุโรปกับ Switch Markets
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการเทรดหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศอาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก หุ้นยุโรปที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นยุโรปไม่ได้มีให้บริการในทุกโบรกเกอร์ ซึ่งต่างจากหุ้นสหรัฐฯ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำอย่าง New York Stock Exchange และ NASDAQ
วิธีง่าย ๆ วิธีหนึ่งในการเทรดหุ้นยุโรปคือการเทรดผ่านโบรกเกอร์ CFD อย่าง Switch Markets
Switch Markets ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าถึงบริษัทยักษ์ใหญ่หลายร้อยแห่งที่จดทะเบียนทั่วยุโรปได้บนแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง MetaTrader 4/5 ในทางปฏิบัติ การเทรดหุ้นยุโรปบน Switch Markets ทำได้ง่าย ๆ เพียงเปิดบัญชี ฝากเงิน และใช้ MT4 หรือ MT5 เพื่อเลือกและเทรด CFD หุ้นของบริษัทในยุโรป ทั้งในฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน และประเทศอื่น ๆ
ในคู่มือนี้ เราจะอธิบายว่าทำไมหุ้นยุโรปถึงมีความน่าสนใจ มีวิธีเทรดแบบใดบ้าง และ Switch Markets ช่วยให้การเทรดสะดวกขึ้นอย่างไร เมื่ออ่านจบ คุณจะเข้าใจวิธีเริ่มต้นเทรดหุ้นยุโรปผ่าน Switch Markets
ทำไมคุณจึงควรพิจารณาเทรดหุ้นยุโรป?
หุ้นยุโรป (ซึ่งหมายถึงหุ้นของบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป) แสดงถึงความเป็นเจ้าของในธุรกิจที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกหลายแห่ง หุ้นยุโรปครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น สินค้าลักชัวรีระดับไฮเอนด์ การผลิตเชิงอุตสาหกรรม พลังงาน และเทคโนโลยี กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเพิ่มหุ้นยุโรปเข้าไปในพอร์ตจะช่วยให้คุณก้าวข้ามหุ้นในประเทศ และเปิดรับโอกาสในตลาดรวมถึงภาคธุรกิจระดับสากลที่อาจไม่มีในประเทศของคุณ
การเทรดหุ้นยุโรปมีข้อได้เปรียบหลักอยู่หลายประการ:
- การกระจายความเสี่ยง: ยุโรปคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระดับสากล ดังนั้นการลงทุนในหุ้นยุโรปจึงช่วยขยายโอกาสของคุณให้กว้างกว่าประเทศหรือภาคธุรกิจเพียงแห่งเดียว ซึ่งหมายความว่าหุ้นยุโรปสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงออกไปนอกประเทศที่คุณอาศัยอยู่ได้
- การเข้าถึงอุตสาหกรรมชั้นนำ: บริษัทในยุโรปมักเป็นผู้นำระดับโลกในหลายสาขา เช่น ASML ของเนเธอร์แลนด์เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของโลก และ LVMH ของฝรั่งเศสเป็นผู้นำในตลาดสินค้าลักชัวรี นอกจากนี้ ภาคธุรกิจอื่น ๆ ในยุโรป เช่น ภาคอุตสาหกรรม (Siemens ของเยอรมนี และอดีตบริษัท Rolls-Royce ของสหราชอาณาจักร) ยานยนต์ (Volkswagen ของเยอรมนี) และการเงิน (BNP Paribas ของฝรั่งเศส และ HSBC ของสหราชอาณาจักร) ยังมอบโอกาสที่แตกต่างไปจากตลาดสหรัฐฯ การเทรดหุ้นยุโรปจะช่วยให้คุณเข้าถึงภาคธุรกิจเหล่านี้ได้
- โอกาสในการเติบโต: สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ตลาดในยุโรปอาจมีราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนสัมพัทธ์ที่สูงขึ้น หากมีแนวทางที่เหมาะสม พอร์ตหุ้นยุโรปก็อาจสร้างการเติบโตได้ตามการฟื้นตัวและพัฒนาการของเศรษฐกิจยุโรป
สรุปสั้น ๆ คือ การเทรดหุ้นยุโรปสามารถช่วยขยายขอบเขตการลงทุนของคุณ และเปิดโอกาสให้คุณมีส่วนร่วมในวงจรเศรษฐกิจที่หลากหลาย
วิธีต่าง ๆ ในการเทรดหุ้นยุโรป
การเทรดหุ้นยุโรปมี 2 วิธีหลักดังนี้:
การเทรดหุ้นโดยตรง
นี่คือรูปแบบดั้งเดิม โดยคุณจะเปิดบัญชีโบรกเกอร์ (มักเป็นโบรกเกอร์ในประเทศหรือระหว่างประเทศ) ที่ให้คุณเข้าถึงตลาดหลักทรัพย์ในยุโรปได้ (เช่น Euronext Paris, Deutsche Börse Xetra, Borsa Italiana เป็นต้น) จากนั้นจึงซื้อและขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เหล่านั้น เมื่อคุณซื้อหุ้นโดยตรง คุณจะมีความเป็นเจ้าของในส่วนหนึ่งของบริษัทนั้น ทำให้มีสิทธิออกเสียงและมีสิทธิได้รับเงินปันผลที่บริษัทจ่าย อย่างไรก็ตาม วิธีนี้จะไม่มีเลเวอเรจ (คุณต้องจ่ายราคาหุ้นเต็ม 100%) และมักมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าคอมมิชชั่นหรือค่าธรรมเนียมที่สูง วิธีนี้ไม่ซับซ้อนและเหมาะที่สุดสำหรับนักลงทุนที่ต้องการถือครองระยะยาว สร้างรายได้แบบพาสซีฟจากเงินปันผล หรือต้องการถือหุ้นในบริษัทต่างประเทศโดยตรง
การเทรด CFD
วิธีที่สองในการเทรดหุ้นยุโรปคือผ่าน CFD หรือ Contract for Difference โดยพื้นฐานแล้ว CFD ช่วยให้คุณเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นได้โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของหุ้นจริง CFD มีการใช้เลเวอเรจ (เช่น สูงสุด 1:10 สำหรับหุ้นบน Switch Markets) คุณจึงสามารถควบคุมสถานะที่ใหญ่ขึ้นได้โดยใช้เงินทุนน้อยลง นอกจากนี้ยังเลือกเปิดสถานะ Long หรือ Short ได้ตามต้องการ และด้วย Switch Markets คุณสามารถเทรด CFD ของหุ้นยุโรปและกองทุน ETF ได้นับพันรายการ
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการเทรดหุ้นโดยตรงกับ CFD คือการเทรด CFD คุณจะไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นอ้างอิง คุณอาจมองว่า CFD เป็นเครื่องมือในการทำกำไรจากการคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาหุ้นอ้างอิงโดยไม่ต้องถือครองหุ้น สิ่งที่คุณจะได้รับมีเพียงส่วนต่างราคา (และการปรับปรุงยอดเงินปันผล) ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่มีสิทธิออกเสียง
อย่างไรก็ตาม CFD มอบความยืดหยุ่นและการเข้าถึงที่มากกว่า ทำให้คุณสามารถเทรดตลาดต่างประเทศได้หลายสิบแห่งจากบัญชี MT4/5 เพียงบัญชีเดียว พร้อมค่าคอมมิชชั่นหรือสเปรดที่แคบ รวมถึงความสามารถในการใช้เลเวอเรจ
ความแตกต่างที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือการจัดการเงินปันผล ที่น่าสนใจคือ Switch Markets จะจ่ายเงินปันผลเข้าบัญชีสำหรับสถานะ Long CFD บนหุ้นและ CFD ดัชนีเงินสด กล่าวคือ หากคุณถือสถานะ Long CFD ในช่วงที่บริษัทจ่ายเงินปันผล คุณจะได้รับการปรับปรุงยอดเงินสด (เสมือนว่าคุณเป็นเจ้าของหุ้นจริง) ในขณะที่สถานะ Short จะถูกหักจำนวนเงินปันผล คุณสมบัตินี้ช่วยให้เทรดเดอร์ CFD ไม่พลาดโอกาสรับเงินปันผล (ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม)
หากคุณไม่ต้องการถือครองหุ้นจริงแต่ยังอยากได้รับเงินปันผล การเทรด CFD บน Switch Markets ก็สามารถตอบโจทย์นั้นได้
ในทางปฏิบัติ เทรดเดอร์หลายรายใช้ CFD สำหรับการเทรดระยะสั้น และใช้การซื้อหุ้นโดยตรงสำหรับการลงทุนแบบซื้อและถือครองเพื่อรับเงินปันผล อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่โบรกเกอร์อย่าง Switch Markets มีการจ่ายเงินปันผลสำหรับสถานะ CFD จึงช่วยให้นักลงทุนไม่เพียงแต่เทรด CFD ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ตราสารทางการเงินเหล่านี้สำหรับการลงทุนระยะยาวได้อีกด้วย
รายชื่อหุ้นยุโรปบน Switch Markets
Switch Markets นำเสนอ CFD หุ้นยุโรปที่หลากหลาย แม้ว่ารายชื่อจะมีการอัปเดตเป็นระยะ แต่ตารางด้านล่างนี้จะแสดงให้เห็นถึงขอบเขตของหุ้นยุโรปที่มีให้บริการโดยแบ่งตามประเทศ
ตารางนี้แสดงให้เห็นว่า Switch Markets ให้คุณเข้าถึงหุ้นหลายร้อยตัวจากตลาดหลักทรัพย์หลักแต่ละแห่งในยุโรป ตัวอย่างเช่น ฝรั่งเศสและเยอรมนีมีหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางให้เลือกเทรดราว ๆ หนึ่งร้อยตัว ซึ่งรวมถึงหุ้นทั้งหมดในดัชนี CAC 40 และ DAX 40 ตลอดจนหุ้นอื่น ๆ อีกมากมาย ในสหราชอาณาจักร Switch Markets มีหุ้นให้เลือกถึง 225 ตัวจาก London Stock Exchange โดยหน้าตาบนแพลตฟอร์มการเทรดของ Switch Markets จะเป็นดังนี้:

อย่างที่คุณเห็น ยุโรปตอนใต้ (อิตาลี สเปน) และกลุ่มเบเนลักซ์ (เบลเยียม เนเธอร์แลนด์) มีหุ้นให้เลือกมากมาย เช่นเดียวกับตลาดแถบสแกนดิเนเวีย โดยรวมแล้ว Switch Markets ได้ระบุว่ามี “หุ้นหลายพันตัว” ทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้เป็นหุ้นที่จดทะเบียนในยุโรปประมาณ 761 ตัว ความหลากหลายนี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถกระจายความเสี่ยงไปตามระบบเศรษฐกิจและภาคธุรกิจต่าง ๆ ในยุโรป พร้อมทั้งเข้าถึงหุ้นยุโรปยอดนิยมได้มากมาย
วิธีเทรดหุ้นยุโรปบน Switch Markets
การเทรดหุ้นยุโรปบน Switch Markets มีขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน โดยมีขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้:
- เปิดบัญชีและฝากเงิน: ลงทะเบียนบน switchmarkets.com และยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย จากนั้นฝากเงินผ่านช่องทางที่คุณสะดวก (โอนผ่านธนาคาร บัตรเครดิต คริปโต และช่องทางอื่น ๆ)
- เปิดใช้งานแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5: ดาวน์โหลดแอป MetaTrader 4/5 บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือ (ดาวน์โหลดได้จาก Switch Markets) แล้วเข้าสู่ระบบด้วยข้อมูลบัญชีของคุณ ทั้งนี้ Switch Markets ยังมอบ VPS ฟรี สำหรับลูกค้าทุกคนที่เปิดบัญชีเทรดอีกด้วย
- ค้นหาหมวดหมู่หุ้น: ในหน้าต่าง Market Watch หรือรายการสัญลักษณ์บนแพลตฟอร์ม ให้เลือก “Shares” จากนั้นเลือก “EU Shares” แล้วกรองตามประเทศ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถดูที่หมวด “France” เพื่อค้นหาหุ้นที่จดทะเบียนได้
- เลือกหุ้นที่ต้องการเทรด: คลิกที่ชื่อบริษัท (เช่น “MC.FR” หรือ “BAVA.DK”) เพื่อเปิดดูกราฟ คุณสามารถตรวจสอบราคาแบบเรียลไทม์และดูกราฟก่อนเริ่มเทรดได้
- ส่งคำสั่งซื้อขาย: ตัดสินใจเลือกทิศทางการเทรด โดยเลือก Buy (Long) หากคาดว่าราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้น หรือเลือก Sell (Short) หากคาดว่าราคาจะปรับตัวลง จากนั้นระบุปริมาณ (จำนวน CFD หรือขนาดล็อต) Switch Markets รองรับการเทรดหุ้นแบบเศษส่วน คุณจึงสามารถลงทุนด้วยล็อตย่อยได้หากต้องการ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้เครื่องคำนวณขนาดล็อตเพื่อจัดการขนาดสถานะได้ตามต้องการ
- ตั้งค่าการบริหารความเสี่ยง: การตั้งค่า stop loss และ take profit ในคำสั่งซื้อขายถือเป็นวิธีที่รอบคอบในการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ Guaranteed Stop, คำสั่ง Trailing Stop Loss หรือคำสั่งซื้อขายขั้นสูงและพื้นฐานอื่น ๆ ได้ตามต้องการ สำหรับเทรดเดอร์รายวัน สามารถศึกษาคู่มือ 5 เทคนิคการบริหารความเสี่ยงสำหรับเทรดเดอร์รายวันของเราได้
- ติดตามและปิดสถานะของคุณ: เมื่อคำสั่งซื้อขายเริ่มทำงาน สถานะจะปรากฏในแท็บ Trade บนแพลตฟอร์ม ให้ติดตามผลการดำเนินงาน ซึ่งคุณสามารถปรับเปลี่ยน stop loss หรือปิดสถานะได้ตลอดเวลา เมื่อพร้อมแล้ว ให้ปิดสถานะเพื่อรับรู้ผลกำไรหรือขาดทุน
พร้อมเริ่มต้นแล้วหรือยัง? ลองสำรวจบัญชีทดลองหรือบัญชีจริงของ Switch Markets และเข้าไปดูในส่วนของหุ้นยุโรป การฝึกฝนและการศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบจะทำให้ Switch Markets เป็นประตูก้าวสำคัญในการพาคุณไปเทรดบริษัทยักษ์ใหญ่ของยุโรป
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
ก่อนที่คุณจะเริ่มเทรดหุ้นยุโรปบน Switch Markets อาจมีข้อสงสัยบางประการเกิดขึ้นได้ เราจึงได้รวบรวมคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อยไว้ด้านล่าง เพื่อช่วยให้คุณเทรดได้อย่างชัดเจนและมั่นใจ
วิธีที่ดีที่สุดในการเทรดหุ้นยุโรปคือวิธีใด?
ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณ สำหรับการลงทุนแบบซื้อและถือครอง (เพื่อรับเงินปันผลและความเป็นเจ้าของ) การเทรดหุ้นโดยตรงผ่านตลาดหลักทรัพย์ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่สำหรับการเทรดระยะสั้นหรือต้องการใช้เลเวอเรจ CFD มักจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า
Switch Markets ให้บริการ CFD หุ้น ซึ่งช่วยให้คุณเก็งกำไรในหุ้นยุโรปด้วยมาร์จิ้นได้ ในทางปฏิบัติ เทรดเดอร์จำนวนมากเลือกใช้ CFD บน Switch Markets เนื่องจากมีความยืดหยุ่น การเข้าถึงโอกาสด้วยเลเวอเรจ รวมถึงเครื่องมือและแพลตฟอร์มการเทรดขั้นสูง
สามารถรับเงินปันผลได้หรือไม่เมื่อถือสถานะ CFD หุ้น?
ได้ หากคุณถือสถานะ Long CFD ในหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผล บัญชีของคุณจะได้รับเครดิตเป็นจำนวนเงินปันผล (ตามขนาดล็อตและสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่เกี่ยวข้อง) ในทางกลับกัน สถานะ Short จะต้องเป็นฝ่ายจ่ายเงินปันผล
สามารถเทรดหุ้นยุโรปบน Switch Markets ได้กี่ตัว?
Switch Markets ให้บริการ CFD หุ้นยุโรปหลายร้อยรายการ ดังที่ได้กล่าวไว้ มีหุ้นประมาณ 100+ ตัวจากฝรั่งเศสและเยอรมนี หลายสิบตัวจากอิตาลีและสเปน รวมถึงหุ้นอื่น ๆ อีกมากมายจากตลาดในยุโรป โดยรวมแล้ว Switch Markets มีหุ้นยุโรปให้บริการอยู่ที่ 761 ตัวในปัจจุบัน
ควรใช้บัญชีและแพลตฟอร์มใด?
คุณสามารถเปิดได้ทั้งบัญชี Standard หรือ Pro บน Switch Markets ทุกประเภทบัญชีรองรับการเทรดหุ้นยุโรปและหลักทรัพย์ระหว่างประเทศอื่น ๆ บนแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 โดยความแตกต่างของประเภทบัญชีจะอยู่ที่สเปรดและค่าคอมมิชชั่นเป็นหลัก แต่ขั้นตอนการเทรดหุ้นและหลักทรัพย์ต่าง ๆ จะยังคงเหมือนกัน
หุ้นยุโรปยอดนิยมบน Switch Markets มีอะไรบ้าง?
Switch Markets นำเสนอหุ้นยุโรปที่หลากหลาย โดยหุ้นยอดนิยมได้แก่ Barclays Glencore HSBC Adidas Bayer Porchs BNP Paribas Airbus และอื่น ๆ อีกมากมาย
การเปิดเผยความเสี่ยง: ข้อมูลในบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาให้คำแนะนำทางการเงิน แนะนำการลงทุน รับประกันผลกำไร หรือป้องกันการขาดทุน เนื้อหาของเราจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น และเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความเสี่ยงและความซับซ้อนของตลาดเหล่านี้ผ่านการวิเคราะห์ที่เป็นกลาง ก่อนเริ่มการซื้อขาย โปรดพิจารณาประสบการณ์ เป้าหมายทางการเงิน และระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้อย่างรอบคอบ การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินทุนและอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน



