บัญชีเทรดสเปรด 0 คืออะไร และเหมาะกับใครมากที่สุด
ทุกการเทรดที่คุณเปิดมีต้นทุนเสมอ ต้นทุนบางอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่น รายการค่าคอมมิชชั่นในรายงานบัญชีของคุณ แต่ต้นทุนบางอย่างกลับซ่อนอยู่โดยที่คุณไม่ทันสังเกต ซึ่งแฝงอยู่ในส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณซื้อกับราคาที่คุณขาย ส่วนต่างนั้นก็คือสเปรด และในบัญชีที่มีการเทรดบ่อย ๆ สเปรดจะค่อย ๆ ดึงกำไรออกไปมากกว่าที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่คิด
บัญชีเทรด zero spread ถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องว่างนี้ แทนที่จะต้องเจอกับสเปรดที่กว้างขึ้นจากการบวกส่วนต่าง คุณจะได้ราคาดิบ (Raw pricing) ส่งตรงจากตลาด พร้อมจ่ายค่าคอมมิชชั่นคงที่ในอัตราต่ำที่คุณสามารถมองเห็นและคำนวณได้อย่างชัดเจน
คู่มือนี้จะอธิบายว่าบัญชี zero spread คืออะไร ทำงานอย่างไร มีค่าใช้จ่ายเท่าไร และที่สำคัญที่สุดคือเหมาะกับใคร พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่าบัญชี Pro ของ Switch Markets ช่วยให้คุณเข้าถึงสเปรดเริ่มต้น 0.0 pip ได้อย่างไรด้วยเงินฝากเพียง $50 มาดูรายละเอียดกัน
บัญชีเทรด Zero Spread คืออะไร?
บัญชีเทรด zero spread ให้สเปรดราคาดิบที่แทบจะเป็นศูนย์ในตราสารหลัก และคิดค่าคอมมิชชั่นที่โปร่งใสเข้ามาแทนที่ ในบัญชี Standard โบรกเกอร์จะขยายสเปรดให้กว้างขึ้นและเก็บส่วนต่างนั้นไว้ แต่ในบัญชี zero spread โบรกเกอร์จะส่งผ่านราคาตลาดโดยตรงโดยไม่บวกส่วนต่างเพิ่ม และคิดค่าธรรมเนียมคงที่ต่อล็อตแทน ทำให้บัญชี zero spread เหมาะสำหรับเดย์เทรดเดอร์ที่เทรดเป็นประจำและผู้ที่ต้องการใช้กลยุทธ์ Scalping
ยกตัวอย่างเช่น ในคู่ EUR/USD ส่วนต่างระหว่างราคา Bid และ Ask สามารถลดลงจนเหลือ 0.0 pip ได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า “zero spread” ทั้งนี้ สเปรดเริ่มต้น 0.0 ไม่ได้หมายความว่าการเทรดจะฟรี แต่เป็นการย้ายต้นทุนออกจากสเปรดมาเป็นค่าคอมมิชชั่นที่ชัดเจนและควบคุมได้แทน
คุณอาจเห็นแนวคิดนี้ในหลายชื่อ เช่น บัญชี Zero บัญชี Raw บัญชี Raw Spread หรือบัญชี Razor โดย Switch Markets เรียกบัญชีประเภทนี้ว่าบัญชี Pro ไม่ว่าจะใช้ชื่อใด จุดเด่นยังคงเหมือนเดิม คือราคาดิบ สเปรดแคบ และต้นทุนที่โปร่งใสและแข่งขันได้
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะสเปรดคือค่าใช้จ่ายในการเทรดที่พบบ่อยที่สุด และในบัญชีส่วนใหญ่ ต้นทุนนี้มักมองไม่เห็น บัญชี zero spread จะดึงต้นทุนที่ซ่อนอยู่นี้ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณสามารถวัดผลและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บัญชี Zero Spread ทำงานอย่างไร?
การจะเข้าใจบัญชี zero spread คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนว่าราคานั้นมาจากไหน
โบรกเกอร์ zero spread ส่วนใหญ่ใช้โมเดล ECN (Electronic Communication Network) หรือ STP (Straight Through Processing) แทนที่จะตั้งราคาขึ้นเองภายใน โบรกเกอร์จะรวบรวมราคาแบบเรียลไทม์จากผู้ให้บริการสภาพคล่องหลายราย เช่น ธนาคารระดับ tier-1 เฮดจ์ฟันด์ และสถาบันการเงินอื่น ๆ แล้วแสดงราคา Bid และ Ask ที่ดีที่สุดให้กับคุณ คำสั่งซื้อขายของคุณจะถูกส่งตรงไปยังพูลสภาพคล่องนั้นและจับคู่กับราคาตลาดจริง
เนื่องจากโบรกเกอร์ไม่ได้บวกส่วนต่างสเปรดเพิ่ม จึงไม่ได้กำไรจากส่วนต่างระหว่าง Bid และ Ask แต่จะคิดค่าคอมมิชชั่นต่อล็อตแทน รูปแบบนี้ทำให้เกิดผลลัพธ์สำคัญ 2 ประการที่คุณควรทราบ
- สเปรดแคบกว่า: เมื่อดึงราคามาจากผู้ให้บริการสภาพคล่องหลายรายพร้อมกัน การแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการจะบีบให้สเปรดลดลงเหลือใกล้เคียง 0.0 pip ในคู่สกุลเงินที่มีสภาพคล่องสูง และช่วยให้ค่าสเปรดเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำ
- ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน: Market Maker ที่มี Dealing Desk อาจได้กำไรเมื่อคุณเทรดขาดทุน แต่ โบรกเกอร์ ECN จะได้รับค่าคอมมิชชั่นเท่าเดิมไม่ว่าการเทรดของคุณจะได้กำไรหรือขาดทุน แรงจูงใจเดียวของโบรกเกอร์จึงเป็นการสนับสนุนให้คุณเทรดได้อย่างต่อเนื่อง
ราคาดิบยังมาพร้อมกับความโปร่งใส คุณจะได้เห็นราคา Bid และ Ask ที่แท้จริงที่ตลาดเสนอ และหลายแพลตฟอร์มยังมีข้อมูล Depth of Market เพื่อให้คุณดูปริมาณคำสั่งซื้อขายที่รออยู่ในแต่ละระดับราคาก่อนส่งคำสั่งซื้อขายได้
ข้อควรทราบคือสเปรดราคาดิบเป็นสเปรดแบบลอยตัว สเปรดจะแคบที่สุดในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูง เช่น ช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับซ้อนกัน และอาจกว้างขึ้นในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญหรือช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีสภาพคล่องเบาบาง นี่คือภาพของตลาดจริง และตลาดจริงย่อมมีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ
คุณภาพของการดำเนินการคำสั่งมีความสำคัญไม่แพ้ตัวเลขสเปรด เมื่อคุณเทรดกับพูลผู้ให้บริการสภาพคล่องที่มีความลึก คำสั่งซื้อขายจะได้รับการดำเนินการที่รวดเร็วขึ้นและเกิดสลิปเพจน้อยลง เนื่องจากมีปริมาณการซื้อขายรองรับอยู่ในแต่ละระดับราคา แม้ว่าความผันผวนของราคาที่รุนแรงอาจทำให้ราคาดำเนินการคลาดเคลื่อนได้ในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็ว แต่การส่งคำสั่งในรูปแบบ ECN ด้วยราคาดิบจะช่วยให้คำสั่งซื้อขายของคุณมีโอกาสได้ราคาตรงกับที่คุณเห็นมากที่สุด
เปรียบเทียบบัญชี Zero Spread, Raw Spread และ Standard
คำว่า “zero spread” และ “raw spread” มักถูกนำมาใช้แทนกันได้ และสำหรับโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ ทั้งสองคำนี้หมายถึงบัญชีรูปแบบ ECN ที่คิดค่าคอมมิชชั่นเช่นเดียวกัน แต่มีข้อแตกต่างเล็กน้อยที่ควรทราบ
- บัญชี Raw Spread แสดงสเปรดแบบลอยตัวเริ่มต้นที่ 0.0 pip และคิดค่าคอมมิชชั่น โดยสเปรดจะผันผวนไปตามสภาวะตลาด
- บัญชี Zero Spread แท้จริง จะตรึงสเปรดคงที่ไว้ที่ 0.0 pip ในบางคู่สกุลเงิน และชดเชยต้นทุนด้วยค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้น ซึ่งแลกความยืดหยุ่นกับราคาที่คาดการณ์ได้แน่นอนกว่า
- บัญชี Standard ไม่คิดค่าคอมมิชชั่น แต่บวกส่วนต่างเข้าไปในสเปรดที่กว้างขึ้น โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ประมาณ 1.4 pip ในคู่ EUR/USD
ตารางด้านล่างนี้เปรียบเทียบบัญชีทั้งสามประเภทโดยสรุป
ไม่ว่าจะใช้ชื่อใด ให้เน้นดูที่ตัวเลขเดียว คือต้นทุนรวมทั้งหมดในการเปิดและปิดสถานะการเทรดเมื่อรวมสเปรดกับค่าคอมมิชชั่นเข้าด้วยกัน ตัวเลขนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าบัญชีประเภทใดคุ้มค่ากว่าสำหรับคุณ
จุดนี้ยังเป็นจุดที่ช่วยแยกโบรกเกอร์ที่มีต้นทุนต่ำจริง ๆ ออกจากการตลาดทั่วไป โบรกเกอร์หลายแห่งโฆษณาสเปรดเริ่มต้น 0.0 pip แต่ค่าสเปรดเฉลี่ยที่คุณต้องจ่ายจริงและค่าคอมมิชชั่นที่เรียกเก็บอาจแตกต่างกันอย่างมากในบรรดาโบรกเกอร์ชั้นนำ โบรกเกอร์ที่เสนอสเปรดที่แข่งขันได้จริงจะแสดงทั้งค่าสเปรดเฉลี่ยและค่าคอมมิชชั่น เพื่อให้คุณเปรียบเทียบต้นทุนที่แท้จริงได้แทนที่จะดูแค่ตัวเลขโฆษณา
เงื่อนไขของบัญชีเทรด Zero Spread มีอะไรบ้าง?
เงื่อนไขจะแตกต่างกันไปตามแต่ละโบรกเกอร์ ดังนั้นควรอ่านรายละเอียดให้รอบคอบก่อนฝากเงินเข้าบัญชี หากยกตัวอย่างจากบัญชี Pro ของ Switch Markets สิ่งที่คุณควรพิจารณามีดังนี้
- สเปรด: สเปรดบน Switch Markets เริ่มต้นที่ 0.0 pip ในคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์หลัก และจะขยายขึ้นตามความผันผวนและสภาพคล่อง
- ค่าคอมมิชชั่น: Switch Markets คิดค่าคอมมิชชั่น $3.50 ต่อสแตนดาร์ดล็อตต่อฝั่ง ซึ่งเท่ากับ $7.00 ต่อการเปิดและปิดสถานะครบหนึ่งรอบ (Round turn) ค่าธรรมเนียมนี้เป็นอัตราคงที่และเท่ากันในทุกคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ ทำให้ต้นทุนของคุณไม่ขึ้นอยู่กับว่าคุณเทรดคู่สกุลเงินใด และไม่มีการกำหนดยอดค่าคอมมิชชั่นขั้นต่ำที่ซับซ้อน
- เงินฝากขั้นต่ำ: คุณสามารถเปิดบัญชีได้ด้วยเงิน $50 ในขณะที่โบรกเกอร์ zero spread หลายแห่งกำหนดเงินฝากขั้นต่ำไว้ที่ $200 ขึ้นไป จุดนี้จึงเป็นข้อได้เปรียบหากคุณเริ่มต้นด้วยทุนน้อย
- เลเวอเรจ: เลเวอเรจ สูงสุดถึง 1:1000 ช่วยให้คุณถือสถานะขนาดใหญ่ขึ้นได้ด้วยมาร์จิ้นที่น้อยลง โปรดจำไว้ว่าเลเวอเรจที่สูงขึ้นจะเพิ่มทั้งโอกาสในการทำกำไรและความเสี่ยงในการขาดทุน
- ค่าธรรมเนียมการฝากเงินและการถอนเงิน: Switch Markets ไม่คิดค่าธรรมเนียมในการฝากเงินหรือถอนเงิน ($0) รองรับช่องทางการชำระเงินมากกว่า 14 ช่องทาง
- ค่าธรรมเนียมบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวและค่าดูแลบัญชี: บัญชี Pro ไม่มีค่าธรรมเนียมบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวและไม่มีค่าดูแลบัญชี ดังนั้นเดือนใดที่คุณไม่ได้เทรดก็ไม่มีค่าใช้จ่าย
- สกุลเงินหลักของบัญชี: คุณสามารถเลือกเปิดบัญชีในสกุลเงิน USD, EUR, AUD, GBP, CAD, NZD หรือ CHF เพื่อให้ตรงกับสกุลเงินที่คุณใช้ฝากเงินและถอนเงิน
- ไมโครล็อต: ขนาดการเทรดเริ่มต้นที่ 0.01 ล็อต ช่วยให้คุณกำหนดขนาดสถานะได้อย่างแม่นยำและจัดการความเสี่ยงในยอดคงเหลือขนาดเล็กได้
- แพลตฟอร์มและตราสาร: บัญชีนี้ใช้งานได้บน MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 ครอบคลุม 65 คู่สกุลเงิน พร้อมด้วยหุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ และสกุลเงินดิจิทัล

ก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี ควรตรวจสอบตารางค่าธรรมเนียมทั้งหมดอย่างละเอียด โบรกเกอร์บางแห่งอาจโฆษณาค่าคอมมิชชั่นต่ำ แต่ไปเก็บส่วนต่างคืนผ่านค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน หรือค่าดูแลบัญชีรายเดือนเมื่อไม่มีการเทรด ราคาที่โปร่งใสหมายถึงต้องไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหลังจากฝากเงิน โดยสเปรดและค่าคอมมิชชั่นคือต้นทุนทั้งหมดที่ต้องจ่ายอย่างตรงไปตรงมา และไม่มีค่าธรรมเนียมอื่นซ่อนอยู่ในเงื่อนไข ซึ่งนี่คือสิ่งที่ Switch Markets มอบให้
บัญชี Zero Spread ช่วยให้คุณประหยัดได้เท่าไร?
ตัวเลขสามารถอธิบายได้ชัดเจนกว่าคำพูด ลองพิจารณาตัวอย่างการเทรด EUR/USD ขนาด 1 สแตนดาร์ดล็อต (100,000 หน่วย) โดยแต่ละ pip มีมูลค่าประมาณ $10
ในบัญชี Standard ที่มีสเปรด 1.4 pip การข้ามสเปรดดังกล่าวมีต้นทุนประมาณ 1.4 × $10 = $14 ต่อการเปิดและปิดสถานะหนึ่งรอบ โดยไม่มีค่าคอมมิชชั่น
ในบัญชี Pro สเปรดราคาดิบของ EUR/USD มักจะอยู่ที่ประมาณ 0.1 pip (ประมาณ $1) และมีค่าคอมมิชชั่น $7.00 ต่อการเปิดและปิดสถานะหนึ่งรอบ ทำให้ต้นทุนรวมทั้งหมดอยู่ที่เกือบ $8
ซึ่งประหยัดได้ประมาณ $6 ต่อหนึ่งล็อต หากคุณเทรดเพียงสัปดาห์ละครั้ง ตัวเลขนี้อาจดูเล็กน้อย แต่หากคุณเทรดเป็นประจำ ส่วนต่างนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หากเทรด 50 สแตนดาร์ดล็อตต่อเดือน บัญชี Standard จะมีต้นทุนประมาณ $700 ขณะที่บัญชี Pro มีต้นทุนประมาณ $400 ซึ่งประหยัดได้ถึง $300 ต่อเดือน หรือประมาณ $3,600 ต่อปี สำหรับคู่ EUR/USD เพียงคู่เดียว
เมื่อปริมาณการเทรดของคุณเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพด้านต้นทุนจะไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นความได้เปรียบในการเทรด นี่คือเหตุผลที่การลดต้นทุนในการทำธุรกรรมเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การเทรดความถี่สูง (High-frequency trading) และกลยุทธ์ Scalping แทบทุกรูปแบบ นอกจากนี้ ลูกค้าสถาบันและลูกค้าที่มีปริมาณการเทรดสูงยังสามารถลดต้นทุนลงได้อีกผ่านรีเบตตามปริมาณการเทรด เช่น โปรแกรม Switch Markets VIP Customer Program
ยิ่งขยายขนาดการเทรด ภาพก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เทรดเดอร์สาย Scalping ที่เปิดและปิดสถานะรวม 200 สแตนดาร์ดล็อตต่อเดือน จะมีต้นทุนประมาณ $2,800 ในบัญชี Standard เทียบกับประมาณ $1,600 ในบัญชี Pro ซึ่งช่วยประหยัดได้เกือบ $1,200 ทุกเดือนจากปริมาณการเทรดเท่าเดิม สำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดด้วยจำนวนล็อตมากขนาดนี้ ประเภทบัญชีไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความชอบอีกต่อไป แต่เป็นเส้นแบ่งระหว่างระบบเทรดที่ทำกำไรได้กับระบบที่ได้กำไรเพียงเล็กน้อย
บัญชีเทรด Zero Spread เหมาะกับใครมากที่สุด?
บัญชี zero spread มอบประโยชน์อย่างยิ่งแก่เทรดเดอร์ที่ผลลัพธ์การเทรดขึ้นอยู่กับต้นทุนและความแม่นยำ และเหมาะกับสไตล์การเทรดบางประเภทมากกว่ารูปแบบอื่น
- Scalper ที่เปิดและปิดสถานะจำนวนมากเพื่อเก็บกำไรครั้งละไม่กี่ pip เมื่อเป้าหมายกำไรของคุณแคบ สเปรดที่แคบจะกลายเป็นตัวตัดสินระหว่างระบบที่ได้กำไรกับระบบที่ขาดทุน
- เดย์เทรดเดอร์ ที่ปิดทุกสถานะก่อนสิ้นสุดวัน และเทรดบ่อยพอที่การประหยัดค่าสเปรดจะรวมกันเป็นเงินจำนวนมาก
- เทรดเดอร์สายความถี่สูงและเทรดเดอร์ที่ใช้ระบบอัตโนมัติ (Algorithmic trader) ที่กลยุทธ์ต้องส่งคำสั่งซื้อขายหลายร้อยครั้ง และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับต้นทุนการดำเนินการคำสั่งโดยตรง สเปรดราคาดิบและค่าคอมมิชชั่นคงที่จะช่วยให้ผลการทดสอบย้อนหลัง (Backtest) สอดคล้องกับผลการเทรดจริง
- News trader ที่ต้องการราคาดิบและการดำเนินการคำสั่งที่รวดเร็วในวินาทีที่ข้อมูลข่าวประกาศออกมา
- เทรดเดอร์มืออาชีพและผู้ที่เทรดปริมาณมาก ซึ่งส่วนต่างเพียงเศษเสี้ยวของ pip ต่อล็อตสามารถกลายเป็นเงินจำนวนมากได้ตลอดทั้งเดือนของการเทรด CFD
- เทรดเดอร์ทุกระดับที่ใส่ใจเรื่องต้นทุน ที่ต้องการเห็นสิ่งที่ตนเองต้องจ่ายอย่างชัดเจนและโปร่งใส
- เทรดเดอร์มือใหม่ที่เทรดเป็นครั้งคราว ที่อาจชอบการคำนวณที่เข้าใจง่ายของบัญชี Standard ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่นในระหว่างที่กำลังเรียนรู้
- Position trader และ Swing trader ระยะยาว ที่ถือสถานะข้ามวันเป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ สำหรับกลุ่มนี้ ค่าสวอปข้ามคืนมักมีผลมากกว่าค่าสเปรด และบัญชี Standard ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่นอาจคุ้มค่ากว่าเมื่อคำนวณต้นทุนรวม
ดังนั้น หากความได้เปรียบของคุณอยู่ที่จุดเข้าที่แม่นยำ การเทรดที่บ่อยครั้ง หรือการส่งคำสั่งอัตโนมัติ บัญชี zero spread จะช่วยให้คุณประหยัดต้นทุนได้อย่างแน่นอน การเลือกบัญชีที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากกลยุทธ์การเทรดของคุณ โดยเลือกประเภทบัญชีให้ตรงกับวิธีการเทรดจริงของคุณ และให้สไตล์การเทรดเป็นตัวกำหนดว่าต้นทุนประเภทใดที่เหมาะสมกับคุณที่สุด
สรุป
มีโบรกเกอร์ไม่กี่แห่งที่ให้บริการบัญชี zero spread แท้จริง และมีน้อยแห่งยิ่งกว่าที่เปิดให้เข้าถึงได้ง่ายขนาดนี้ บัญชี Pro ของ Switch Markets มอบราคาดิบในรูปแบบ ECN พร้อมโครงสร้างที่ออกแบบมาสำหรับเทรดเดอร์ที่เทรดเป็นประจำ
การเปิดบัญชีใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และคุณสามารถใช้ บัญชีทดลอง เพื่อทดสอบราคาดิบก่อนเริ่มต้นเทรดด้วยเงินจริงได้
สิ่งที่น่าสนใจคือความสะดวกในการเข้าถึง ราคาดิบที่ส่งเข้าสู่บัญชี Pro มาจากสถาบันการเงิน แต่ราคาในระดับสถาบันที่แข่งขันได้นี้เปิดให้คุณเริ่มต้นได้ด้วยเงินฝากเพียง $50 ราคาที่เคยจำกัดอยู่เฉพาะบัญชีที่มียอดเงินฝากขั้นต่ำจำนวนมาก วันนี้เทรดเดอร์รายย่อยสามารถเข้าถึงได้แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่บัญชี zero spread ที่แท้จริงควรนำเสนอ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
หากคุณยังพิจารณาอยู่ว่าบัญชี zero spread เหมาะกับการเทรดของคุณหรือไม่ นี่คือคำถามที่เทรดเดอร์พบบ่อยที่สุด
บัญชี zero spread เทรดฟรีจริงหรือไม่?
ไม่ฟรี แม้ว่าสเปรดในคู่สกุลเงินหลักจะลงไปแตะ 0.0 pip ได้ แต่คุณต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นคงที่ต่อล็อตเข้ามาแทนที่
สเปรดมีโอกาสสูงกว่าศูนย์หรือไม่?
มีโอกาส สเปรดราคาดิบจะสะท้อนตามสภาวะตลาดจริงและความผันผวนของราคา โดยสเปรดจะแคบที่สุดในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูง และอาจกว้างขึ้นในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญหรือการเทรดที่มีสภาพคล่องต่ำในวันหยุดสุดสัปดาห์ ทั้งนี้ ระดับศูนย์คือสเปรดต่ำสุดที่เป็นไปได้ ไม่ใช่การการันตีว่าจะอยู่ที่ศูนย์ตลอดเวลา
Switch Markets คิดค่าคอมมิชชั่นเท่าไร?
$3.50 ต่อสแตนดาร์ดล็อตต่อฝั่ง ซึ่งเท่ากับ $7.00 สำหรับการเปิดและปิดสถานะครบหนึ่งรอบ ค่าธรรมเนียมนี้เท่ากันในทุกคู่สกุลเงินฟอเร็กซ์ ดังนั้นต้นทุนของคุณจึงไม่ขึ้นอยู่กับคู่สกุลเงินที่คุณเทรด
เงินฝากขั้นต่ำสำหรับบัญชี Pro ของ Switch Markets คือเท่าไร?
$50 ซึ่งต่ำกว่าโบรกเกอร์ zero spread หลายแห่งที่มักกำหนดไว้ที่ $200 ทำให้คุณสามารถทดสอบการเทรดด้วยราคาดิบได้โดยไม่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก
บัญชี zero spread เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือไม่?
สามารถใช้งานได้ แต่เทรดเดอร์มือใหม่จำนวนมากมักชอบการคำนวณที่ง่ายกว่าของบัญชี Standard ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่นในระหว่างที่กำลังเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเริ่มเทรดบ่อยขึ้นจนการประหยัดสเปรดเริ่มมีผลชัดเจน การเปลี่ยนมาใช้บัญชี zero spread จะช่วยลดต้นทุนของคุณลงได้
ฉันสามารถใช้กลยุทธ์การเทรดอัตโนมัติบนบัญชี zero spread ได้หรือไม่?
ได้ และนี่เป็นหนึ่งในรูปแบบการใช้งานที่ดีที่สุด ระบบเทรดแบบใช้อัลกอริทึมและระบบเทรดความถี่สูงมีความอ่อนไหวต่อต้นทุนอย่างมาก สเปรดราคาดิบร่วมกับค่าคอมมิชชั่นคงที่ของบัญชี zero spread จะช่วยให้ผลการทดสอบย้อนหลังสอดคล้องกับผลการเทรดจริง โดยทั้ง MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 รองรับ Expert Advisor และ อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่กำหนดเอง นอกจากนี้ Switch Markets ยังมี VPS ฟรี และสะพานเชื่อม TradingView ไปยัง MT5 เพื่อให้กลยุทธ์ของคุณทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด
การเปิดเผยความเสี่ยง: ข้อมูลในบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาให้คำแนะนำทางการเงิน แนะนำการลงทุน รับประกันผลกำไร หรือป้องกันการขาดทุน เนื้อหาของเราจัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น และเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจความเสี่ยงและความซับซ้อนของตลาดเหล่านี้ผ่านการวิเคราะห์ที่เป็นกลาง ก่อนเริ่มการซื้อขาย โปรดพิจารณาประสบการณ์ เป้าหมายทางการเงิน และระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้อย่างรอบคอบ การซื้อขายมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงินทุนและอาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน
